คลังนวัตกรรมศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่

สืบค้นผลงานและข้อเสนอนวัตกรรมการเรียนรู้ของบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่

พบผลงานที่ตรงตามเงื่อนไข 1 รายการ กรองผลลัพธ์แล้ว
T06 เขตฯ 1

โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ ๑ เป็นโรงเรียนขนาดกลาง ประเภทโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๑ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโรงเรียนขนาดกลางที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงบริเวณดอยปุย ให้บริการการศึกษาแก่ชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ๒ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ด้วยลักษณะพิเศษบนพื้นที่สูง ทั้งสภาพภูมิประเทศ การเดินทาง สภาพอากาศตามฤดูกาล และความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม ส่งผลให้การจัดการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนมีบริบทที่แตกต่างจากโรงเรียนในพื้นที่ราบ จำเป็นต้องมีรูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่ที่มุ่งหวังให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยควบคู่กับการธำรงอัตลักษณ์วิถีม้งและความเป็นพลเมืองไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ของโรงเรียน ว่า “ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม งามวิถีม้ง ดำรงความเป็นไทย ใช้ตามแนวทางเจ้าพ่อหลวง” กล่าวคือ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เก่งวิชาการ ควบคู่ความเป็นคนดี มีวินัย มีความรับผิดชอบ ภูมิใจในวัฒนธรรมชนเผ่า (ม้ง) ของตนเอง รักษาความเป็นพลเมืองไทยที่ดี ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยมิติแนวคิดตามแนวทางเจ้าพ่อหลวง (J-P-L MODEL) ที่ปรากฏในวิสัยทัศน์มาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ มิติ J-Joint Collaboration และ P-Primary Excellence และ L-Lifelong & Continuous Development) ควบคู่กับวงจรการบริหารจัดการคุณภาพ PDCA ซึ่งจากการวิเคราะห์รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา ๒๕๖๘ พบว่า สถานศึกษามีสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาที่สำคัญ ดังนี้ ประการแรก ผลการประเมินมาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก อยู่ในระดับ "ดี" คิดเป็นร้อยละ ๗๘ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ร้อยละ ๘๖ ระดับดีเลิศ และมาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ร้อยละ ๘๗ ระดับดีเลิศ โดยเฉพาะในตัวชี้วัดที่ ๑.๔.๓ ด้านพัฒนาการสติปัญญา เรื่องความสามารถในการคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล และการแก้ปัญหา พบว่าเด็กมีพัฒนาการอยู่ในระดับปานกลางและยังไม่บรรลุค่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดไว้ ทั้งนี้ความสามารถด้านการคิดเชิงเหตุผลและการแก้ปัญหาถือเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญของศตวรรษที่ ๒๑ ที่หากไม่ได้รับการพัฒนาตั้งแต่ปฐมวัย จะส่งผลต่อการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไป ประการที่สอง แม้กระบวนการบริหารและการจัดการในภาพรวมจะอยู่ในระดับดีเลิศ แต่จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนชาวม้งในการจัดการศึกษาปฐมวัยยังไม่เป็นระบบและต่อเนื่องเท่าที่ควร เนื่องจากเงื่อนไขด้านการประกอบอาชีพ การเดินทาง และอุปสรรคด้านภาษา ซึ่งสอดคล้องกับกรอบแนวคิดของในมิติ J-Joint Collaboration ของมิติแนวคิดตามแนวทางเจ้าพ่อหลวง (J-P-L MODEL) ของโรงเรียนที่ต้องการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ประการที่สาม จากกลยุทธ์ที่ ๓ อนุรักษ์และส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีม้งควบคู่ความเป็นไทย และตัวชี้วัดที่ ๓.๑ กำหนดให้มีหลักสูตรท้องถิ่นหรือแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาม้งที่นำไปใช้จัดการเรียนรู้จริงอย่างน้อย ๑ หลักสูตร พบว่าในระดับปฐมวัยยังไม่มีรูปแบบการจัดประสบการณ์ที่บูรณาการอัตลักษณ์วิถีม้งกับการพัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุผลและการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งที่ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชุมชนม้งดอยปุยมีศักยภาพในการเป็นฐานการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของเด็กได้เป็นอย่างดี ประการที่สี่ ด้านกระบวนการนิเทศ ติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ แม้โรงเรียนจะมีกิจกรรม PLC และนิเทศภายในตามกลยุทธ์ที่ ๕ แต่ยังขาดรูปแบบการขับเคลื่อนที่ชัดเจนเป็นขั้นตอน ซึ่งหากมีกระบวนการที่เป็นระบบจะช่วยให้การนำผลการประเมินไปสู่การปรับปรุงพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนยิ่งขึ้น สอดคล้องกับกรอบแนวคิดมิติ L-Lifelong & Continuous Development ของมิติแนวคิดตามแนวทางเจ้าพ่อหลวง (J-P-L MODEL) จากสภาพปัญหาทั้ง ๔ ประการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ได้ประชุมวิเคราะห์สภาพปัญหาและได้นำมาจัดลำดับความสำคัญโดยพิจารณาจากผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัยและความจำเป็นเร่งด่วน ดังนี้ ลำดับที่ ๑ การพัฒนาการด้านสติปัญญา โดยเฉพาะความสามารถในการคิดรวบยอด คิดเชิงเหตุผล และการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยยังไม่บรรลุค่าเป้าหมาย ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่สุด เนื่องจากเป็นทักษะพื้นฐานที่ส่งผลต่อพัฒนาการด้านอื่นและการเรียนรู้ในระยะยาวของผู้เรียน ลำดับที่ ๒ ขาดรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาปฐมวัยที่เป็นระบบและมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ปัญหาลำดับที่ ๑ ให้เกิดผลอย่างยั่งยืน ลำดับที่ ๓ การขาดรูปแบบการจัดประสบการณ์ที่บูรณาการอัตลักษณ์วิถีม้งกับการพัฒนาทักษะการคิดของเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่สูงโดยเฉพาะ ลำดับที่ ๔ การประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและภาคีเครือข่ายชุมชนยังไม่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนที่จะช่วยขยายผลความสำเร็จเมื่อระบบภายในมีความเข้มแข็งแล้ว จากการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาดังกล่าว ผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ ๑ จึงตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องบริหารจัดการสถานศึกษาให้เหมะสมกับสภาพแวดล้อมและบริบทของโรงเรียนที่จะพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนโดยกำหนดแนวทางการพัฒนาให้มีทิศทางเพื่อเป็นกรอบสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ความสำเร็จของการทำงานว่า ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน จะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริงได้หรือไม่ จึงได้คิดค้นปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาภายใต้ชื่อว่า "รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาปฐมวัยแบบมีส่วนร่วม ๕ ร่วมพัฒนา (TDPSS Model) ด้วยกลยุทธ์ : หนุน-เสริม-เติม-พลัง สู่การพัฒนาเด็กปฐมวัยบนพื้นที่สูง" ขึ้น เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามมิติแนวคิดตามแนวทางเจ้าพ่อหลวง (J-P-L MODEL) ได้แก่ มิติ J (Joint Collaboration) และ P (Primary Excellence) เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระดับปฐมวัย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ "มีความรู้คู่คุณธรรม งามวิถีม้ง ดำรงความเป็นไทย ใช้ชีวิตตามแนวทางเจ้าพ่อหลวง" อย่างยั่งยืนต่อไป

เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ ๑ รายละเอียด →