คลังนวัตกรรมศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่

สืบค้นผลงานและข้อเสนอนวัตกรรมการเรียนรู้ของบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่

พบผลงานที่ตรงตามเงื่อนไข 1 รายการ กรองผลลัพธ์แล้ว
เขตฯ 14

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ส่งเสริมและพัฒนาความฉลาดทางปัญญาประดิษฐ์ของครูสำหรับการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์ม GLAT 2) ยกระดับสมรรถนะของผู้เรียนด้านการคิดวิเคราะห์ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน การเติบโตทางความคิด และความฉลาดทางสื่อและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประเมิน PISA 2029 และ 3) พัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านแม่งอนขี้เหล็กให้บรรลุเป้าหมายมาตรฐานการประกันคุณภาพสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มาตรฐานที่ 3 ระดับคุณภาพดีมาก กลุ่มเป้าหมายเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษาในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รวมทั้งนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่ได้รับการจัดการเรียนรู้จากครูกลุ่มเป้าหมาย นวัตกรรมประกอบด้วยรูปแบบการนิเทศ 3DS Supervision Model ได้แก่ Discover, Dialogue และ Develop ทำงานร่วมกับระบบนิเวศดิจิทัล GLAT โดยดำเนินการ 4 ระยะ คือ การค้นหาและวิเคราะห์บริบท การสานเสวนาและร่วมออกแบบการเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติและโค้ชหน้างาน และการประเมินผล ถอดบทเรียน และขยายผล เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบประเมินความฉลาดทางสื่อและปัญญาประดิษฐ์ ระบบติดตามและแดชบอร์ด แบบสังเกตการจัดการเรียนรู้ และแบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 คน โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.67 ขึ้นไป วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละและการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการใช้นวัตกรรม ผลการพัฒนาพบว่า แพลตฟอร์ม GLAT สามารถสนับสนุนการประเมินสมรรถนะ การวางแผนโค้ชรายบุคคล การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และการให้ข้อมูลสะท้อนกลับแก่ครูได้อย่างเป็นระบบ ครูกลุ่มเป้าหมายร้อยละ 100 สามารถนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและปรับบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ได้ ผลการประเมินผู้เรียนหลังใช้นวัตกรรมสูงขึ้นทุกด้าน โดยคะแนนด้านการคิดวิเคราะห์เพิ่มจากร้อยละ 65.50 เป็น 76.80 ความฉลาดรู้ด้านการอ่านเพิ่มจากร้อยละ 68.20 เป็น 80.50 และการเติบโตทางความคิดเพิ่มจากร้อยละ 70.00 เป็น 82.10 รวมทั้งผู้เรียนร้อยละ 85 มีความฉลาดทางสื่อและปัญญาประดิษฐ์อยู่ในระดับดี นอกจากนี้ โรงเรียนเกิดวัฒนธรรมการทำงานบนฐานข้อมูลและสามารถบรรลุเป้าหมายมาตรฐานการประกันคุณภาพสถานศึกษานำร่อง มาตรฐานที่ 3 ในระดับคุณภาพดีมาก แสดงให้เห็นว่า 3DS x GLAT เป็นนวัตกรรมการนิเทศที่ช่วยยกระดับสมรรถนะครูและผู้เรียน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้หรือขยายผลในสถานศึกษาอื่นได้ คำสำคัญ: การนิเทศการศึกษา, 3DS Supervision Model, GLAT, ความฉลาดทางปัญญาประดิษฐ์, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ รายละเอียด →