คลังนวัตกรรมศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่
สืบค้นผลงานและข้อเสนอนวัตกรรมการเรียนรู้ของบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่
รูปแบบการบริหารจัดการโภชนาการและสุขภาวะแบบมีส่วนร่วม เพื ่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียน ประจำพักนอน ด้วยนวัตกรรม 4D Wellness Participatory Model โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 61 จังหวัดเชียงใหม่
การจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม (Holistic Development) เพื่อหล่อหลอมให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และ คุณธรรม ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ได้ให้คำนิยามของสุขภาพว่าหมายถึง สุขภาวะที่สมบูรณ์ใน 4 มิติ ได้แก่ มิติทางกาย จิต สังคม และปัญญา ซึ่งสุขภาวะแบบองค์รวมนี้ถือเป็น "ต้นทุนชีวิต" ที่สำคัญยิ่งต่อกระบวนการเรียนรู้และการเจริญเติบโตของเยาวชน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 61 จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในรูปแบบโรงเรียนพักนอน (Boarding School) โดยมีภารกิจหลักในการดูแลนักเรียนด้อยโอกาสและกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประสบสภาวะยากลำบาก จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและบริบทของสถานศึกษา (SWOT Analysis) พบประเด็นปัญหาที่สำคัญทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน กล่าวคือ นักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที ่มีฐานะยากจนในพื้นที่ทุรกันดาร ขาดโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน และขาดความรู้ ความเข้าใจด้านโภชนาการที่ ถูกต้อง ส่งผลให้นักเรียนใหม่ที่เข้าศึกษาต่อมีพื้นฐานสุขภาพที่อ่อนแอและเผชิญกับภาวะทุพโภชนาการ ทั้งในรูปแบบของน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ และภาวะโรคอ้วน นอกจากนี้ในส่วนของปัจจัยภายใน สถานศึกษามีภาระรับผิดชอบในการดูแลคุณภาพชีวิตของนักเรียนตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการด้านโภชนาการที่ต้องจัดเลี้ยงอาหารแก่นักเรียนมากกว่า 600 คนต่อมื้อภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งหากระบบการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ย่อมก่อให้เกิดความเสี ่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางระบบ ทางเดินอาหาร หรือส่งผลให้นักเรียนได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ จากการนำข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพรายบุคคล (Health Data Analytics) คณะกรรมการบริหารสถานศึกษาพบข้อค้นพบที่สำคัญ (Key Findings) ว่า ปัญหาด้านโภชนาการและสุขภาวะเป็นสาเหตุรากเหง้า (Root Cause) ที ่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ (Chain Reaction) ต่อคุณภาพผู้เรียนในทุกมิติ โดยในด้านสุขภาพกาย ภาวะเจ็บป่วยและการขาดสารอาหารส่งผลกระทบโดยตรงต่อความพร้อมในการเรียนรู้ ในด้านสุขภาพจิตและสังคม การที่นักเรียนต้องพักอาศัยในโรงเรียนประจำและห่างไกลจากครอบครัว มักก่อให้เกิดสภาวะความเครียด มี ปัญหาในการปรับตัว และขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลสืบเนื่องมายังด้านสุขภาพปัญญา กล่าวคือ เมื่อร่างกายและจิตใจไม่อยู่ในสภาวะที่พร้อมสมบูรณ์ ย่อมส่งผลให้สมองทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ นักเรียนมีสมาธิสั้นลง และนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ตกต่ำในที่สุด ที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาดังกล่าวของสถานศึกษามักเป็นการดำเนินการแบบแยกส่วนและขาด ความยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ สถานศึกษาจึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเชิงระบบที่บูรณาการความร่วมมือและเน้นการมีส่วนร่วม (Participation) ของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงได้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรม "รูปแบบการบริหารจัดการโภชนาการและสุขภาวะ 4 มิติแบบมีส่วนร่วม (4D Wellness Participatory Model)" ขึ้น โดยนวัตกรรมดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไข ปัญหาอย่างตรงจุดและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม อาทิ การลดอัตราการเกิดโรคติดต่อในหอพักลงร้อยละ 30 และการยกระดับผลการประเมินจุดแข็งและจุดอ่อน 3 (SDQ) ของนักเรียนให้อยู่ในเกณฑ์ปกติไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู ้ที่ปลอดภัย เอื้อต่อการเสริมสร้างสุขภาวะ และยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนด้อยโอกาสให้ สามารถเจริญเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ “นักสืบสารอาหาร” เพื่อยกระดับความฉลาดรู้ทางวิทยาศาสตร์และเสริมสร้างสุขภาวะของผู้เรียน
การวิจัยนี้ศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมแบบสืบเสาะ “นักสืบสารอาหาร” นวัตกรรมใช้สถานการณ์ตามแนวทาง PISA และรูปแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5E นวัตกรรมใช้สื่อภาพเชิงสัญลักษณ์และการเรียนรู้แบบร่วมมือ นวัตกรรมพัฒนาความฉลาดรู้ทางวิทยาศาสตร์และความตระหนักด้านโภชนาการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 60 จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียน 20 คน ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เป็นเวลา 2 ชั่วโมง การศึกษานี้เป็นการประเมินนวัตกรรมในชั้นเรียนแบบกลุ่มเดียวหลังการใช้ ร่วมกับการวิเคราะห์หลักฐานเชิงคุณภาพจากชิ้นงาน การสังเกต และบันทึกหลังสอน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้และชุดแฟ้มคดีปริศนา 5 คดี สื่อประกอบ ได้แก่ บัตรภาพหลักฐานและตารางข้อมูลพลังงานและสารอาหาร โดยมีคู่มือนักสืบช่วยกำกับการทำงาน เครื่องมือบันทึกและประเมิน ได้แก่ แบบบันทึกนักสืบสารอาหาร แฟ้มคดีพิเศษสืบสวนจานอาหารตัวเอง แบบประเมินตนเอง 3 สี และเกณฑ์การประเมินตามสภาพจริง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ฐานนิยม และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนทั้ง 20 คนผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไปในด้านความรู้ ทักษะการสังเกต การวิเคราะห์เชื่อมโยงหลักฐาน และความตระหนักด้านโภชนาการ คิดเป็นร้อยละ 100 ระดับสมรรถนะโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก 18 คน คิดเป็นร้อยละ 90 ผู้เรียนระดับดีมี 2 คน คิดเป็นร้อยละ 10 นักเรียนทุกคนประเมินตนเองด้วยสีเขียวว่าเข้าใจดีมากและสามารถอธิบายเพื่อนได้ หลักฐานเชิงคุณภาพสะท้อนว่า สถานการณ์คดีและสื่อภาพช่วยลดภาระด้านภาษา เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนอธิบายเหตุผลจากบริบทจริง และส่งเสริมการใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับอาหาร อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็นผลจากกลุ่มเป้าหมายเฉพาะหนึ่งห้องเรียนและไม่มีคะแนนหลังเรียนที่เทียบตรงกับคะแนนฐานเดิม จึงควรตีความในฐานะหลักฐานผลการใช้นวัตกรรมในบริบทจริง ไม่ใช่ข้อสรุปเชิงเหตุและผลทั่วไป