การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมร่วมกับวัฏจักรการสืบเสาะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเพื่อเสริมสร้างทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม
วิดีโอนำเสนอผลงาน
สถานศึกษาและสังกัด
ผลการดำเนินงานย้อนหลัง
ผลการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมร่วมกับวัฏจักรการสืบเสาะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย สรุปและอภิปรายผล ดังนี้ 1. รูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมร่วมกับวัฏจักรการสืบเสาะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเพื่อเสริมสร้างทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ดังนี้ 1) ศึกษาสภาพ (Study) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากสภาพบริบทจริงของเด็กปฐมวัย ทั้งในด้านพัฒนาการ ความสามารถ ความสนใจ และความต้องการเฉพาะบุคคลของเด็ก รวมถึงข้อจำกัดจากสิ่งแวดล้อม ครอบครัว และชุมชน ผ่านการสังเกต การสอบถาม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็ก ครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อระบุปัญหา และตั้งเป้าหมายในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) 2) สังเคราะห์ (Synthetic) เป็นกระบวนการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้จากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทฤษฎีการเรียนรู้พัฒนาการของเด็กปฐมวัย แนวคิดการออกแบบการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม วัฏจักรการสืบเสาะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นฐานทางทฤษฎีในการพัฒนาแนวทางการจัดประสบการณ์เรียนรู้นำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทาง รูปแบบกิจกรรม วิธีการจัดการเรียนรู้ และสาระสำคัญที่สอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2560 เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างสื่อที่เหมาะสมกับเด็ก (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2563) 3) สื่อการสอนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Media) เป็นการจัดเตรียมสื่อการเรียนรู้โดยใช้วัสดุธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้จากชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น ใบไม้ เมล็ดพืช กล่องกระดาษ ฝาขวด เชือก หรือภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว โดยยึดหลักความเหมาะสม ปลอดภัย ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส ผ่านกิจกรรมที่เด็กสามารถลงมือปฏิบัติได้จริง เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ เช่น การนับ การเปรียบเทียบ การจัดกลุ่ม และการเรียงลำดับ อีกทั้งปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและความยั่งยืนในระดับปฐมวัย โดยให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการจัดหาสื่อร่วมกับเด็ก เป็นการเชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างบ้านและโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2563) 4) การจัดประสบการณ์เรียนรู้ (Enrichment Activities) บูรณาการกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมร่วมกับวัฏจักรการสืบเสาะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย โดยแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 สร้างคำถาม เป็นการสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวเพื่อค้นหาปัญหาหรือสิ่งที่ต้องการปรับปรุง โดยใช้การสังเกต ตั้งคำถาม และสนทนากับเพื่อนหรือครู เพื่อหาสาเหตุและกำหนดแนวทางการแก้ไข ขั้นที่ 2 สะสมความคิด เป็นการคิดค้นและรวบรวมแนวทางแก้ปัญหาจากการสืบเสาะ ระดมความคิด หรือสนทนา เพื่อหาวิธีที่หลากหลายและมีความเป็นไปได้มากที่สุดในการแก้ปัญหา ขั้นที่ 3 สืบเสาะเรียนรู้ เป็นขั้นตอนการวิเคราะห์และประเมินวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ เลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหา และออกแบบแนวตามวิธีที่เลือก ขั้นที่ 4 สร้างต้นแบบ เป็นการปฏิบัติตามวิธีที่ออกแบบไว้อย่างเป็นลำดับขั้นคอน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด เพื่อสร้างต้นแบบชิ้นงานที่ใช้แก้ปัญหาตามแผนที่กำหนด ขั้นที่ 5 สรุปผลลัพธ์ เป็นการทดสอบและประเมินการทำงานของต้นแบบ เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงและพัฒนาให้ต้นแบบมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ ขั้นที่ 6 สื่อสารขยายผล เป็นการนำเสนอต้นแบบ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากเพื่อน และครู เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น (Little Scientists’ House Thailand. (n.d.)) กระบวนการดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้เด็กมีโอกาสฝึกคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และใช้ทักษะคณิตศาสตร์ในกิจกรรมการเรียนรู้ เด็กสามารถลงมือปฏิบัติได้ด้วยตนเอง โดยผู้ปกครองมีส่วนร่วมกับครูในการวางแผนการจัดกิจกรรม ครูจะมีการสื่อสารกับผู้ปกครองผ่านกลุ่มไลน์ และ (5) การประเมินผล (Evaluation) เป็นการประเมินทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ประกอบด้วย 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะด้านการนับ ด้านการเปรียบเทียบ ด้านการเรียงลำดับ และด้านการจับคู่ และการประเมินความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ฯ (อุมาพร รุ่งเรือง, 2566) 2. การเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมร่วมกับวัฏจักรการสืบเสาะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเพื่อเสริมสร้างทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย พบว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติ t-test พบว่า เด็กปฐมวัยมีคะแนนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์หลังการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยคะแนนเฉลี่ยรวมเพิ่มขึ้นจาก 1.93 เป็น 3.50 (S.D. จาก 1.74 เป็น 1.14) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการจัดประสบการณ์เรียนรู้อย่างเป็นระบบ เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าทักษะการนับ การเปรียบเทียบ การจับคู่ และการเรียงลำดับของเด็กมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกด้าน โดยเฉพาะทักษะด้านการนับและการเปรียบเทียบซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการคิดเชิงคณิตศาสตร์ (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2563) แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในสถานการณ์จำลองหรือการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน สามารถกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในเชิงแนวคิดและพฤติกรรม ผลการวิจัยสอดคล้องกับแนวทางของ Froebel และ Piaget ที่เน้นให้เด็กเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การเล่น และการจัดประสบการณ์อย่างมีจุดมุ่งหมาย และการใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นการลงมือทำช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์ของเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญ (อุมาพร รุ่งเรือง, 2566) 3. การศึกษาความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมร่วมกับวัฏจักรการสืบเสาะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเพื่อเสริมสร้างทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย พบว่า ผลการศึกษาความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ฯ มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับ “พึงพอใจมาก” ในทุกด้าน โดยรายการที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด ได้แก่ ความรู้สึกสนุกสนานต่อกิจกรรม และการช่วยเหลือเพื่อนในงานกลุ่ม (ค่าเฉลี่ย 2.92, S.D. 0.29) รองลงมา ได้แก่ ความกล้าพูดหรือนำเสนอผลงานของตนเอง และความสามารถในการปรับวิธีเมื่อเจอปัญหา (ค่าเฉลี่ย 2.75, S.D. 0.45) สะท้อนให้เห็นว่า เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ฯ และสามารถเรียนรู้อย่างมีความสุขในบรรยากาศที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดและเกิดจากการลงมือปฏิบัติ ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจภายในและกระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Bruner, 1977) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากกิจกรรมที่จัดมีความยืดหยุ่น ท้าทาย และสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย ย่อมส่งผลเชิงบวกต่อทัศนคติและความมั่นใจของเด็ก ทั้งนี้ การเรียนรู้ในวัยเด็กควรเชื่อมโยงกับประสบการณ์ตรงที่มีความหมายและสร้างความเพลิดเพลิน เพื่อปลูกฝังทัศนคติที่ดีและความยั่งยืนต่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2563) นอกจากนี้การออกแบบกิจกรรมในรูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ฯ ดังกล่าวยังส่งเสริมพฤติกรรมทางสังคม เช่น การทำงานเป็นกลุ่ม การแบ่งปัน การกล้าแสดงออก และการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ทั้งยังเอื้อต่อพัฒนาการด้านเจตคติที่กำหนดไว้ในมาตรฐานที่ 9 และ 12 ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ซึ่งเน้นการปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การรักการเรียนรู้ และความสามารถในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้อย่างเหมาะสม เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบฯ ไม่เพียงแต่มีพัฒนาการด้านทักษะคณิตศาสตร์ที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงการมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ซึ่งนับเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญในการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์ สังคม และสติปัญญาอย่างบูรณาการ
ประชากร ได้แก่ เด็กอนุบาลปีที่ 3 ของโรงเรียนสันมหาพนวิทยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวนทั้งสิ้น 12 คน
1 ปีการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. สำนักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ (2563). กรอบการเรียนรู้และแนวทางการจัดประสบการณ์เรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย พุทธศักราช 2560. บริษัท โกโกพริ้นท์ (ไทยแลนด์) จำกัด. นุจิรา เหล็กกล้า. (2561). การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์โดยใช้เกมการศึกษาของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2 โรงเรียนบ้านบางแก้ว [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์]. http://thesis.rru.ac.th/files/pdf/675_2018_11_07_125814.pdf บุญชม ศรีสะอาด. (2562). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น. ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2565). การวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 23). สำนักพิมพ์สุวีริยาสาส์น. อุมาพร การุณ. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร]. https://gsmis.snru.ac.th/e-thesis/file_att1/2023081759421247142_fulltext.pdf Bruner, J. S. (1977). The Process of Education. Harvard University Press. Froebel, F. (1887). The education of man (W. N. Hailmann, Trans.). D. Appleton and Company. (Original work published 1826) Dienes, Z. P. (1960). Building up mathematics. Hutchinson Educational. Little Scientists’ House Thailand. (n.d.). Pedagogy. Retrieved from https://www.littlescientistshouse.com/pedagogy Piaget, J. (1952). The origins of intelligence in children (M. Cook, Trans.). International Universities Press.
ไฟล์และเอกสารแนบ
รูปแบบการเขียนอ้างอิงนวัตกรรมนี้
นางศิวิมล นักสอน. (2569). การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมร่วมกับวัฏจักรการสืบเสาะทางคณิตศาสตร์ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเพื่อเสริมสร้างทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. ระบบคลัง/ฐานนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่. https://cmipeo-innovation.com/detail.php?id=14
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานนี้
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
กรุณาสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อป้อนความเห็นและรับความเคลื่อนไหว