นวัตกรรมเด่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 เข้าชม 50 ครั้ง

รูปแบบการบริหารระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้คุณธรรมแบบองค์รวมด้วยนวัตกรรม METTA-MIRACLE SPIRAL Model (MMS Model) สู่ค่านิยมนำทางชีวิตและปัญญาภายใน โรงเรียนวัดบวกครกเหนือ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

หมวดนวัตกรรม นวัตกรรม 5 ด้าน
ประเภทนวัตกรรม ด้านสุขภาพ 4 มิติ
ประเภทผู้จัดทำผลงาน ผู้บริหารการศึกษา / ผู้บริหารสถานศึกษา
ปี พ.ศ. 2569
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา อ.2-ม.3
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา/โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนวัดบวกครกเหนือ
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

๑) ผลที่เกิดตามจุดประสงค์ การขับเคลื่อนนวัตกรรม “รูปแบบการบริหารระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้คุณธรรมแบบองค์รวมด้วยนวัตกรรม METTA-MIRACLE SPIRAL Model (MMS Model)” ของโรงเรียนวัดบวกครกเหนือ ได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบภายใต้แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘-๒๕๖๙ ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ที่ครอบคลุม ทุกมิติ โดยสามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ทั้ง ๕ ประการ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ (๑) โรงเรียนวัดบวกครกเหนือประสบความสำเร็จในการยกระดับและพัฒนานวัตกรรม “MMS Model” ซึ่งเป็นการบูรณาการกระบวนการบริหารจัดการ (METTA) เข้ากับระบบนิเวศแห่งค่านิยม (MIRACLE) และเกลียวการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Spiral Experiential Learning) อย่างสมบูรณ์ นวัตกรรมนี้ได้ถูกนำไปบรรจุและขับเคลื่อนผ่านแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘-๒๕๖๙ อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้โครงสร้างการทำงาน การจัดการเรียนการสอน และการจัดสรรงบประมาณของสถานศึกษา เปลี่ยนผ่านจากการควบคุมสั่งการ มาเป็นการบริหารแบบ “ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้แบบองค์รวม” ที่มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นแกนกลางในทุกมิติของการปฏิบัติงาน (๒) โรงเรียนสามารถสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้เชิงบวกที่ขับเคลื่อนด้วยศาสตร์แห่งค่านิยมศึกษา (Values-based Education - VbE) โดยใช้องค์ประกอบ MIRACLE ทั้ง ๗ ประการมาจัดกระทำกับสภาพแวดล้อม ส่งผลให้เกิดพื้นที่แห่งความปลอดภัยทั้งทางกายภาพและจิตใจ (Safe Space) ลดปัญหาการกลั่นแกล้ง (Bullying) และช่วยฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ซึ่งวิจารณ์ พานิช (๒๕๖๗ : ๔๘) เน้นย้ำว่าการสร้างบรรยากาศเชิงบวกผ่านการเป็นแบบอย่าง (Role Model) ของครู ช่วยให้นักเรียนซึมซับความดีงามได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผลเชิงประจักษ์คือ นักเรียนกว่าร้อยละ ๙๒ สามารถบูรณาการคุณธรรมเข้ากับการดำเนินชีวิตประจำวัน และเกิดความสุขในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (๓) ผ่านการขับเคลื่อนด้วยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) คณะครูได้เปลี่ยนผ่านบทบาทจาก “ผู้ป้อนความรู้” สู่การเป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้ (Facilitator/Coach)” (วิชัย วงษ์ใหญ่ และ มารุต พัฒผล, ๒๕๖๗) ครูมีสมรรถนะในการออกแบบการจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ขั้นสูง (Experiential Learning) และสามารถใช้ทักษะการตั้งคำถามทรงพลังเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการสะท้อนคิดเชิงลึก (Double Loop Learning) ความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านผลงานระดับชาติ โดยครูผู้สอนผ่านการประเมินห้องเรียนสู่ “ห้องเรียนคุณภาพ ๔ มิติ” ระดับยอดเยี่ยม และได้รับรางวัลระดับประเทศด้านวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ (PISA) ประจำปี ๒๕๖๘ (๔) ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมครบทั้ง ๔ ด้าน ได้แก่ ค่านิยม (Values) ทัศนคติ (Attitude) ทักษะ (Skills) และความรู้ (Knowledge) (วิจารณ์ พานิช, ๒๕๖๗) ผ่านกลไก “เกลียวยกระดับ (Spiral Effect)” ที่ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริง ไตร่ตรอง และประยุกต์ใช้ ทำให้เกิดการตกผลึกทางปัญญาและมีค่านิยมเป็น เข็มทิศนำทางชีวิต ส่งผลให้ผู้เรียนมีภูมิคุ้มกันทางเทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างผลงานเชิงประจักษ์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยนักเรียนสามารถกวาดรางวัล ระดับเหรียญทองถึง ๑๒ รายการ ในการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๗๓ ประจำปี การศึกษา ๒๕๖๘ รวมถึงได้รับรางวัลระดับชาติจากโครงการตอบปัญหาธรรมะ “ทางก้าวหน้า” ครั้งที่ ๔๓ ปี ๒๕๖๙ (๕) โรงเรียนประสบความสำเร็จในการบูรณาการความร่วมมือระดับหุ้นส่วน (Partnership) ระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน (บ-ว-ร) ข้อมูลจากการประเมินพบว่า ความร่วมมือของผู้ปกครองและชุมชนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๘๒ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และร้อยละ ๙๐ ของครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาพฤติกรรมของบุตรหลาน (โรงเรียนวัดบวกครกเหนือ, ๒๕๖8) ภาคีเครือข่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสภาพแวดล้อม สนับสนุนแหล่งเรียนรู้ และติดตามพฤติกรรมนักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในแผนปฏิบัติการ ทำให้เกิดระบบนิเวศแห่งการพัฒนาคุณธรรมในระดับชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน

กลุ่มเป้าหมายผู้เรียน

นักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครองโรงเรียนวัดบวกครกเหนือ

ระยะเวลาดำเนินงาน

1 ปีการศึกษา

เอกสารอ้างอิงและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง

กชพร สีกาเรียน. (๒๐๒๔). รูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ยุคใหม่ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ขอนแก่น. ปัญญา, ๓๑(๑), ๑-๑๒. กานต์ชนก ทองมา, & พิกุล ภูมิโคกรักษ์. (๒๐๒๔). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียน โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๒. วารสารพุทธศาสตร์ ศึกษา, ๑๕(๑), ๒๑๑-๒๒๕. กิตติศักดิ์ กาญจนครุฑ, สุขุม เฉลยทรัพย์, ศิโรจน์ ผลพันธิน, & สุภาภรณ์ ตั้งดำเนินสวัสดิ์. (๒๐๒๔). การพัฒนารูปแบบผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิผล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการวิทยาลัยสันตพล, ๑๐(๒), ๖๐-๖๘. จรุณี เก้าเอี้ยน. (๒๕๕๗). เทคนิคการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา: กลยุทธ์และแนวทางการปฏิบัติ สำหรับผู้บริหารมืออาชีพ (พิมพ์ครั้งที่ ๒). ชานเมืองการพิมพ์. จารุวรรณ ตาลสุกเรือง, ฉลองชาต รูประชีวิน, & สถิรพร เชาวน์ชัย. (๒๐๒๓). รูปแบบการบริหารตามศาสตร์ พระราชาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, ๑๑(๒), ๔๑๒-๔๒๖. ชนันพร วานิชสวัสดิ์, & สาลินี มีเจริญ. (๒๐๒๒). การศึกษาการบริหารและแนวทางการพัฒนาการบริหารความมีวินัยในตนเองของนักเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต ๑ กลุ่ม ๖. Journal of Roi Kaensarn Academi, ๗(๕), ๑๐๔-๑๑๘. ชนิชัย แก้วเรือน. (๒๕๕๘). การบูรณาการการครองใจคนตามแนวทางพระพุทธศาสนา (An Integration of winning People's Heart in Buddhism). พิฆเนศวร์สาร, ๑๑(๒), ๑๕๕-๑๖๘. ถิรพัฒน์ หล้าเตียง. (๒๐๒๔). ผู้บริหาร: บทบาทการบริหารสถานศึกษาบนฐานสมรรถนะในวิถีใหม่. วารสารการ บริหาร และความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ๑(๒), LEADRU๐๑๐๒e๐๔๙๒. ปภาณิน กินาวงศ์. (๒๐๒๔). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมทางการบริหารการศึกษาของสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๓. ปัญญา ปณิธาน, ๙(๑), ๘๕-๙๘. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (๒๕๕๕). สติ ปัญญา วิมุตติ. ธรรมสภา. พิมพฤทธิ์ เที่ยงภักดิ์, จิรวัฒน์ กิติพิเชฐสรรค์, & วิจิตรา เจริญพงษ์. (๒๐๒๔). การพัฒนาทักษะการบริหารสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารในศตวรรษที่ ๒๑ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต ๑. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (ส พบ ท.), ๖(๒), ๒๑๐-๒๒๖. ภาณุศักร หงษ์ทอง, สุวพร เซ็มเฮง, & พรชุลี ลังกา. (๒๐๑๙). รูปแบบการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในกรุงเทพมหานครเพื่อพัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการตนเอง (EXECUTIVE FUNCTION: EF) ของเด็กปฐมวัย. Journal of MCU Nakhondhat, ๖(๖), ๒๗๖๖-๒๗๘๖. มะลิวัลย์ โยธารักษ์, & อรุณเกียรติ จันทร์ส่งแสง. (๒๐๒๑). รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อการพัฒนา อย่างยั่งยืน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๓. วารสาร มจร อุบล ปริทรรศน์, ๖(๓), ๗๐๕-๗๑๘. โรงเรียนวัดบวกครกเหนือ. (๒๕๖๗). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๔. ________. (๒๕๖๘). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๔. วารี สรสัมฤทธิ์, & นันทิยา น้อยจันทร์. (๒๐๒๑). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้หลักการบริหารคุณภาพวงจร เดมมิ่ง (PDCA) ของครูในโรงเรียนกลุ่มศรีพุทธ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต ๑. วารสารการบริหารและนิเทศการศึกษา, ๑๒(๑), ๕๑-๖๐. วิจารณ์ พานิช. (๒๕๖๗ก). การเรียนรู้ ‘ขั้นสูง’ จากประสบการณ์ (ภาคทฤษฎี) (เล่มที่ ๑). สถาบันอาศรมศิลป์ มูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ และมูลนิธิสยามกัมมาจล. _________. (๒๕๖๗ข). ค่านิยมศึกษาสู่คุณค่านำทางชีวิต. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล. วิชัย วงษ์ใหญ่, & มารุต พัฒผล. (๒๕๖๗). การโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน. จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์. วิโรจน์ สารรัตนะ. (๒๕๕๕). การบริหาร หลักการ ทฤษฎีและประเด็นทางการศึกษา. ทิพย์วิสุทธิ์. สมชาย เทพแสง, อัจฉริยา เทพแสง, & กันต์ฐมณี ญานฤโฆษ กิตติ กีรติ. (๒๐๒๔). ภาวะผู้นำแบบคล่องตัว (Agile Leadership): รูปแบบใหม่ของผู้นำในยุคดิจิทัล. วารสารสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษา, ๓(๑), ๕๑-๖๘. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (๒๕๖๐). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙. บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จำกัด. สิริกร เหมทานนท์, บุญเลิศ วีรพรกานต์, & ปรีชา สามัคคี. (๒๐๒๔). แนวทางการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของสถานศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่. วารสารสังคมศาสตร์ ปัญญาพัฒน์, ๖(๒), ๕๙๑-๖๐๒. สุชาดา จิตกล้า, & ประกอบ ใจมั่น. (๒๐๒๔). รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสมัยใหม่. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, ๓(๑), e๐๕๙๙. สุนทร โคตรบรรเทา. (๒๕๕๕). หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา. ปัญญาชน. อนุศร หงษ์ขุนทด. (๒๕๖๙). การบูรณาการองค์ความรู้และนวัตกรรมการนิเทศการศึกษา เพื่อการพัฒนาตนเอง และวิชาชีพตามเกณฑ์ ว๑๑/๒๕๖๔ (ด้านที่ ๓) สำหรับศึกษานิเทศก์. Digital Learning Classroom. อารยา ไทยประเสริฐ, & สมหวัง พันธะลี. (๒๐๒๔). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหาร สถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด. Journal of MCU Buddhist Review, ๘(๑). Atkins, P. W. B., & Parker, S. K. (๒๐๑๒). Understanding compassionate leadership: A study of leadership behaviors and their impact on employee engagement and organizational culture. Journal of Organizational Psychology, ๔๕(๓), ๔๒-๗๘. Bandura, A. (๑๙๗๗). Social learning theory. Prentice-Hall. Boyatzis, R. E. (๑๙๘๒). The competent manager: A model for effective performance. John Wiley & Sons. Boyatzis, R., & McKee, A. (๒๐๐๕). Resonant Leadership: Renewing Yourself and Connecting with Others Through Mindfulness, Hope, and Compassion. Harvard Business Review Press. Chusung, J., Methapatara, P., & Chianchana, C. (๒๐๒๓). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยบูรณาการแนวคิดจิตตปัญญาศึกษาและวงจรบริหารงานคุณภาพในสถานศึกษาอาชีวศึกษา. Journal of Humanities and Social Sciences Thonburi University, ๑๗(๓), ๔๔-๕๙. Deming, W. E. (๑๙๘๖). Out of the Crisis. MIT Press. Goleman, D. (๑๙๙๕). Emotional Intelligence: Why It Matters More Than IQ. Bantam Books. Greenleaf, R. K. (๑๙๗๗). Servant Leadership: A Journey into the Nature of Legitimate Power and Greatness. Paulist Press. Herzberg, F. (๑๙๕๙). The Motivation to Work. John Wiley & Sons. Kohlberg, L. (๑๙๘๔). The psychology of moral development: The nature and validity of moral stages. Harper & Row. Maslow, A. H. (๑๙๔๓). A theory of human motivation. Psychological Review, ๕๐(๔), ๓๗๐-๓๙๖. OECD. (๒๐๐๕). The definition and selection of key competencies: Executive summary. Organisation for Economic Co-operation and Development. Phakkharawatoangkun, N. (๒๐๒๓). รูปแบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์เพื่อพัฒนาความสามารถการอ่านและการเขียนภาษาไทยด้วยวิธีเชิงระบบร่วมกับกระบวนคุณภาพ PDCA ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาโรงเรียน บ้านราหุล จังหวัดเพชรบูรณ์. RMUTP Research Journal Humanities and Social Sciences, ๘(๒), ๒๕-๔๓. Pimsri, P. (๒๐๒๒). รูปแบบการบริหารวิชาการแบบ RM Model ตามแนวคิดวงจรคุณภาพเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับสถานศึกษาโรงเรียนร่วมมิตรวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หนองคาย เขต ๑. Interdisciplinary Academic and Research Journal, ๒(๕), ๒๒๓-๒๔๐. Singsathit, S., Thammasit, P., & Sichomphoo, C. (๒๐๒๔). แนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นในการยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต ๒. Journal of Administration And Social Science Review, ๗(๔), ๗๕-๘๖. Skinner, B. F. (๑๙๕๓). Science and Human Behavior. Macmillan. Suksongkram, S. (๒๐๒๑). แนวคิดการบริหารแบบวงจรคุณภาพ (PDCA) กับการบริหารแบบพระพุทธศาสนา. Journal of Thammawat, ๒(๑), ๓๙-๔๙. Von Bertalanffy, L. (๑๙๖๘). General system theory: Foundations, development, applications. George Braziller. Wenderoth, M. P. (๒๐๑๔). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, ๑๑๑(๒๓), ๘๔๑๐-๘๔๑๕.

ไฟล์และเอกสารแนบ

เล่มหลัก (ไฟล์หลักสำหรับการสืบค้นศึกษา) pdf_ac49f788f6f6c30e59ae.pdf
ดาวน์โหลดรูปเล่มเอกสาร

รูปแบบการเขียนอ้างอิงนวัตกรรมนี้

ดร.ธนาวุฒิ ลับภู. (2569). รูปแบบการบริหารระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้คุณธรรมแบบองค์รวมด้วยนวัตกรรม METTA-MIRACLE SPIRAL Model (MMS Model) สู่ค่านิยมนำทางชีวิตและปัญญาภายใน โรงเรียนวัดบวกครกเหนือ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่. ระบบคลัง/ฐานนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่. https://cmipeo-innovation.com/detail.php?id=15

ลิงก์ตรงสำหรับอ้างอิง:
แชร์ต่อ: Facebook X (Twitter) LINE

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานนี้

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

กรุณาสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อป้อนความเห็นและรับความเคลื่อนไหว

Cover Preview
สแกนเพื่ออ่านต่อบนมือถือ

ใช้กล้องมือถือสแกนเพื่อเปิดหน้าผลงานนี้

ข้อมูลสรุป

หมวดหมู่ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.๒๕๖๐ : ค-ช) ที่กล่าวถึง ความท้าทายที่เป็นพลวัตของโลกศตวรรษที่ ๒๑ ทั้งในส่วนที่เป็นแรงกดดันภายนอก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของบริบทเศรษฐกิจและสังคมโลก อันเนื่องจากการปฏิวัติดิจิทัล (Digital Revolution) การเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรม ๔.๐ (The Fourth Industrial Revolution)การดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ๒๕๗๓ (Sustainable Development Goals : SDGs ๒๐๓๐) ที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบัน รวมทั้งผลกระทบของการเป็นประชาคมอาเซียนและความต้องการกำลังคนที่มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบกับแรงกดดันจากภายในประเทศจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่ส่งผลให้ประเทศเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้ การติดกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ทัศนคติ ความเชื่อ ค่านิยม วัฒนธรรม และพฤติกรรมของประชากรที่ปรับเปลี่ยนไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายและเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วรวมทั้งระบบการศึกษาที่ยังมีปัญหาหลายประการ นับตั้งแต่ปัญหาคุณภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ปัญหาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับ จุดอ่อนของระบบการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีและการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่ยังไม่เหมาะสมขาดความคล่องตัวยังมีความเหลื่อมล้ำในด้านโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษา รวมทั้งปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรมและการขาดความตระหนักถึงความสำคัญของการมีวินัย ความซื่อสัตย์สุจริตและการมีจิตสาธารณะของคนไทยส่วนใหญ่ ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาที่ต้องปรับเปลี่ยนให้สนองและรองรับความท้าทายดังกล่าวจึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้ระบบการศึกษาเป็นกลไกหลักของการขับเคลื่อนประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่และกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๗๙) ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ ดังกล่าวที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลข่าวสาร จึงทำให้ระบบการศึกษาไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างรุนแรงในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและคุณธรรมให้กับเยาวชน อีกทั้งจากข้อมูลแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘-๒๕๖๙ ของโรงเรียนวัดบวกครกเหนือ (๒๕๖๗:๓) ได้ระบุจุดเน้นสำคัญในการจัดการศึกษาเพื่อยกระดับสมรรถนะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ให้กับผู้เรียน รวมถึงการเสริมสร้างให้ผู้เรียนเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง รู้สิทธิ หน้าที่ และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสภาพจริงของโรงเรียนวัดบวกครกเหนือ (๒๕๖๗ : ๘-๙) พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากสื่อออนไลน์และวัฒนธรรมต่างชาติอย่างไร้ทิศทาง ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขาดความมีวินัย ความรับผิดชอบ และทักษะในการคิดวิเคราะห์เชิงจริยธรรม นอกจากนี้ยังส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการทดสอบระดับชาติ เช่น RT, NT, O-NET และสมรรถนะความฉลาดรู้ตามกรอบ PISA ยังไม่บรรลุตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดไว้ จากสถานการณ์ดังกล่าว สถานศึกษาจึงได้นำข้อมูลมาดำเนินการ วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทั้งในภาพรวมและรายบุคคลเพื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ในการยกระดับคุณภาพผู้เรียน ผนวกกับการศึกษา วิเคราะห์ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก (SWOT Analysis) ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาคุณภาพตามบทบาทของสถานศึกษา กระบวนการดังกล่าวทำให้ค้นพบข้อจำกัดและช่องโหว่ของการบริหารจัดการแบบเดิม จึงนำมาสู่การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา และเลือกปัญหาที่มีความเป็นไปได้ในการแก้ไขและพัฒนาสูงสุด นั่นคือความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการศึกษาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบและยั่งยืน แม้ว่าที่ผ่านมาทางโรงเรียนจะประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งจากการใช้นวัตกรรมเดิมคือ “METTA MODEL” ซึ่งเน้นกระบวนการบริหารจัดการ (การวางแผน, การปฏิบัติ, การติดตาม, การปรับปรุง, และการชื่นชม) แต่พบว่าโครงสร้างดังกล่าวยังเป็นเพียงกรอบการทำงานของผู้บริหารและครูเป็นหลัก ยังไม่สามารถเจาะลึกทะลุทะลวงไปถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลง “ตัวตน (Ontological self)” และ “ปัญญาภายใน (Inner Wisdom)” ของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ผู้เรียนยังคงตอบสนองต่อกิจกรรมคุณธรรมในลักษณะของการปฏิบัติตามกฎระเบียบ มากกว่าการเกิดค่านิยมที่ฝังลึกจากภายในจิตใจ ด้วยเหตุนี้การจัดการศึกษาจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการศึกษาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องยกระดับและ “ต่อยอด” นวัตกรรมการบริหารให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม นำมาสู่การพัฒนานวัตกรรม METTA-MIRACLE SPIRAL Model (MMS Model) ซึ่งเป็นการผสาน ๓ ศาสตร์เข้าด้วยกัน ได้แก่ ๑) ศาสตร์แห่งการบริหารจัดการเชิงระบบ (METTA) ๒) ศาสตร์แห่งค่านิยมศึกษา (Values-based Education - VbE) ที่ใช้หลัก MIRACLE ในการจัดกระทำกับสภาพแวดล้อมและบรรยากาศให้เป็นระบบนิเวศแห่งการหล่อหลอมจิตใจ และ ๓) ศาสตร์แห่งกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ขั้นสูง (Experiential Learning) ที่ดึงผู้เรียนออกจากพื้นที่ปลอดภัยให้เผชิญความท้าทาย ลงมือทำ สะท้อนคิดและยกระดับความเข้าใจ เป็นเกลียวแห่งปัญญา (Spiral Effect) ที่ไม่ย้อนกลับมาสู่จุดเดิม การพัฒนานวัตกรรมนี้ยังถูกเชื่อมโยงเข้ากับทิศทางการพัฒนาตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘-๒๕๖๙ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการทดสอบ (PISA/O-NET), การจัดกิจกรรมส่งเสริม พหุปัญญาแบบ Active Learning, การสร้างวินัยทางการเงินผ่านกิจกรรมธนาคารโรงเรียน, ตลอดจนการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Engagement ) เพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษา นวัตกรรมนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ในฐานะเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ผู้บริหารใช้เพื่อพลิกโฉม (Transform) วัฒนธรรมองค์กร เปลี่ยนครูจากการเป็นผู้บอกสอน (Instructor) ให้เป็นครูโค้ช (Facilitator) และเปลี่ยนผู้เรียนจากผู้รับความรู้ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีเป้าหมายชีวิตที่งดงาม และมีสมรรถนะพร้อมเผชิญโลกอนาคตอย่างมั่นคงต่อไป
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา อ.2-ม.3
ผู้พัฒนา ดร.ธนาวุฒิ ลับภู
สถานศึกษา โรงเรียนวัดบวกครกเหนือ
วันที่เผยแพร่ 24 Aug 2026
ยอดเข้าชมสะสม 50 ครั้ง

ผลงานนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง (แนะนำ)

ศธจ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 ดูงาน →