นวัตกรรมเด่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 เข้าชม 20 ครั้ง

การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการด้วยมีสุขโมเดล (MESOOK MODEL) ร่วมกับ BBL กุญแจ 5 ดอกเพื่อยกระดับสุขภาวะ 4 มิติผู้เรียน ของโรงเรียนบ้านหัวริน

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

หมวดนวัตกรรม นวัตกรรม 5 ด้าน
ประเภทนวัตกรรม ด้านสุขภาพ 4 มิติ
ประเภทผู้จัดทำผลงาน ผู้บริหารการศึกษา / ผู้บริหารสถานศึกษา
ปี พ.ศ. 2569
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา/โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนบ้านหัวริน
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา 1) การมีสารสนเทศและผลการวิเคราะห์ข้อมูลทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาและระดับห้องเรียน สถานศึกษาได้นําองค์ประกอบ S (Standard) มาใช้กําหนดเกณฑ์คุณภาพ มีการจัดทําฐานข้อมูล สารสนเทศที่เกิดจากการ วิเคราะห์ปัญหา (SWOT Analysis) ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีการวิเคราะห์ ข้อมูลสุขภาวะ 4 มิติของผู้เรียนทั้ง 110 คน เป็นรายบุคคล รวมถึงผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายหลัง การใช้สนาม BBL 10 ฐาน ทําให้โรงเรียนมีข้อมูลสารสนเทศที่สะท้อนคุณภาพทั้งในระดับภาพรวมของ สถานศึกษาและในระดับห้องเรียน BBL ทุกชั้นเรียน 2) การจัดระบบข้อมูลและสารสนเทศพื้นฐานที่ครบถ้วน ครอบคลุม ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน ภายใต้โครงสร้าง M (Management by Agreement) โรงเรียนได้จัดระบบฐานข้อมูลบุคลากรครู14 ท่าน โดยเฉพาะการจัดทําบันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน 15 ตัวชี้วัด ข้อมูลเหล่านี้ ถูกจัดเก็บอย่างเป็นหมวดหมู่ ครอบคลุมทั้งด้านงบประมาณอุดหนุน การบริหารงาน 4 กลุ่มงาน และข้อมูล การพัฒนาผู้เรียน 4 มิติ (กาย จิต สังคม ปัญญา) ที่มีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันในรอบปีการศึกษา 2568 ทุกภาคเรียน 3) การจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศอย่างเป็นระบบทันสมัย ทันต่อการใช้งาน และพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง สถานศึกษาดําเนินกระบวนการจัดเก็บข้อมูลผ่านวงจรคุณภาพ PDCA-S (Spiral) ซึ่งเป็นการพัฒนา แบบเกลียวก้าวหน้า ข้อมูลผลการดําเนินงานในรอบที่ 1 ถูกนํามาสังเคราะห์เพื่อวางแผนพัฒนาในรอบที่ 2 (ปี2568) อย่างเป็นระบบ มีการนําเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลการนิเทศติดตามแบบกัลยาณมิตร ทํา ให้สารสนเทศมีความทันสมัย พร้อมสําหรับการเรียกใช้งานเพื่อการตัดสินใจเชิงบริหารได้ทันที 4) การนําข้อมูลและสารสนเทศไปใช้ในการบริหารและการพัฒนาการสอนให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ผู้บริหารและคณะครูได้นําผลจากการวิเคราะห์สารสนเทศ (Input) มาใช้ในการ ออกแบบนวัตกรรมการบริหาร และการจัดการเรียนรู้โดยนําข้อมูลความไม่สัมพันธ์ของกล้ามเนื้อเด็กมาเป็นฐานในการพัฒนา สนาม BBL จํานวน 10 ฐาน และนําผลการสังเกตชั้นเรียนมาออกแบบแผนการสอนแบบ Active Learning 5 ขั้นตอน ทําให้การใช้ทรัพยากรและงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า มุ่งตรงสู่เป้าหมายการยกระดับสุขภาวะผู้เรียน ได้ร้อยละ 100 ตามที่กําหนดไว้ 5) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสารสนเทศและกิจกรรมในสถานศึกษาด้วยวิธีการที่หลากหลาย โรงเรียนบ้านหัวรินมีผลงานปรากฏชัดผ่านการเผยแพร่สารสนเทศ ในหลากหลายช่องทาง 6) มีแผนงานโครงการหรือกิจกรรมที่สอดคล้องกับนวัตกรรม สถานศึกจัดทําแผนปฏิบัติการประจําปี ที่บรรจุโครงการเกี่ยวกับ สุขภาวะ 4 มิติซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมหลักที่สอดคล้องกับนวัตกรรมอย่างชัดเจน ได้แก่กิจกรรม BBL กุญแจ 5 ดอก เพื่อพัฒนาสุขภาพกายและสังคม และกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ตาม BBL กุญแจ 5 ดอก เพื่อพัฒนาสุขภาพจิตและปัญญา ส่งผลให้การดําเนินงานมีทิศทางที่แน่นอนสู่เป้าหมาย "โรงเรียนดีมีความสุข"

กลุ่มเป้าหมายผู้เรียน

คณะครูจํานวน 14 คน และนักเรียนโรงเรียนบ้านหัวริน ปีการศึกษา 2568 จํานวน 110 คน

ระยะเวลาดำเนินงาน

1 ปีการศึกษา

เอกสารอ้างอิงและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง พัชรีรอดดอน. (2566). การพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาโดยใช้แนวคิดของเซงเก. วารสาร การบริหารและการจัดการศึกษา, 14(1), 56–70. Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. MIT Press.(ต้นกําเนิดแนวคิด PDCA ซึ่งภายหลังพัฒนาเป็น แนว Spiral PDCA ในการประกันคุณภาพ)สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). (2562). คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาแนวใหม่: การประกันคุณภาพภายใน แบบบูรณาการ. สมศ. วิไลพร โสภา, & ชํานาญ จันทร์เรือง. (2565). การบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา, 16(2), 99–110.สํานักงานเลขาธิการสภา การศึกษา. (2563). กรอบแนวคิดการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบองค์รวมสู่ความยั่งยืน. กรุงเทพฯ: สกศ. Norozi, S. A. (2023) พัฒนากรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีเพื่อส่งเสริม holistic wellbeing ในการศึกษาระดับ โรงเรียน โดยเสนอกรอบเชิงระบบที่ครอบคลุมหลากหลายมิติของพฤติกรรมและสุขภาวะของนักเรียน และเน้นให้เกิดการบูรณาการในนโยบายและชีวิตประจําวันของโรงเรียน“The Nexus of Holistic Wellbeing and School Education” (2023)งานวิจัยนี้รวบรวมองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับแนวคิด holistic wellbeing ในบริบททางการศึกษา เช่น ความเชื่อมโยงของการศึกษากับสุขภาวะ และการ สร้างกรอบแนวคิดที่สอดคล้องในโรงเรียนบทวิเคราะห์เรื่อง “Nurturing positive mental health and wellbeing in educational settings” ระบุว่ากรอบ PRICES ซึ่งเป็นแนวทาง holistic มี บทบาทสําคัญในการส่งเสริมสุขภาพจิตและพฤติกรรมทางอารมณ์ของนักเรียนในโรงเรียนอย่าง ครอบคลุม Bada & Jita (2023): พบว่า BBL ช่วยเพิ่มความจํา (retention) และผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนอย่างมีนัยสําคัญ งานวิจัยปี2024 ในไทยชี้ว่าองค์ประกอบการเรียนรู้ขององค์กร (จาก Senge) มีผลต่อประสิทธิภาพ การทํางานขององค์กรอย่างมีนัยสําคัญ Koşar & Bedir (2018): BBL ยํ้าถึงการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย (learner-centered) ซึ่ง สอดคล้องกับการบริหารเชิงมีส่วนร่วม จิระพงศ์จงสุขถาวร. (2564) ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับความพึงพอใจในการ ทํางานของครู. วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 15(2), 102–117. Adeniji (2024) พบว่า “วัฒนธรรมโรงเรียน” และ “ผู้นําการเรียนรู้” มีบทบาทนําในการสร้างองค์กรแห่ง การเรียนรู้รองรับการพัฒนาของครูนักเรียน และระบบการเรียนรู้ในบริบทโรงเรียนไทย Bass & Avolio (1994): นิยามภาวะผู้นําทางการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเสริมพลังให้ บุคลากรแนวคิด Brain-Based Learning (BBL) ตาม Koşar & Bedir (2018) เน้นการสอนที่ "learner-centred" และเสริมพฤติกรรมร่วมมือผ่านการลงมือทําซํ้าภาวะผู้นําทางการเปลี่ยนแปลง (Bass & Avolio, 1994) ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยไทย (ปี2021) ที่พบว่าช่วยลดความไม่ มั่นคงของครูและเพิ่มความพึงพอใจในการทํางาน

ไฟล์และเอกสารแนบ

เล่มหลัก (ไฟล์หลักสำหรับการสืบค้นศึกษา) pdf_1fd77350769d2ff49854.pdf
ดาวน์โหลดรูปเล่มเอกสาร

รูปแบบการเขียนอ้างอิงนวัตกรรมนี้

นางสาววาสนา สายพิน. (2569). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการด้วยมีสุขโมเดล (MESOOK MODEL) ร่วมกับ BBL กุญแจ 5 ดอกเพื่อยกระดับสุขภาวะ 4 มิติผู้เรียน ของโรงเรียนบ้านหัวริน. ระบบคลัง/ฐานนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่. https://cmipeo-innovation.com/detail.php?id=42

ลิงก์ตรงสำหรับอ้างอิง:
แชร์ต่อ: Facebook X (Twitter) LINE

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานนี้

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

กรุณาสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อป้อนความเห็นและรับความเคลื่อนไหว

Cover Preview
สแกนเพื่ออ่านต่อบนมือถือ

ใช้กล้องมือถือสแกนเพื่อเปิดหน้าผลงานนี้

ข้อมูลสรุป

หมวดหมู่ การจัดทำและพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการ "MESOOK MODEL ร่วมกับ BBL กุญแจ 5 ดอก" ของโรงเรียนบ้านหัวริน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการสร้างองค์กรแห่งความสุข 2) พัฒนาทักษะการเรียนรู้และสุขภาวะองค์รวม 4 มิติ (กาย จิต สังคม ปัญญา) ของผู้เรียนผ่านการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning: BBL) และ 3) สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและชุมชนในการส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน วิธีดำเนินงาน กระบวนการพัฒนานวัตกรรมดำเนินงานผ่านกลไก MESOOK Model ประกอบด้วย การบริหารโดยข้อตกลงร่วมกัน (Management by Agreement: M) การจัดสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการทำงานของสมอง (Brain-Based Environment: E) การสร้างความปลอดภัยและสุขลักษณะ (Safe & Clean: S) การสร้างโอกาสและการสนับสนุนด้วยระบบเพื่อนคู่คิด (Opportunity & Peer Coaching: O) การขับเคลื่อนองค์กรด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Organizational PLC: O) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่ความยั่งยืน (Knowledge Sharing: K) บูรณาการร่วมกับ BBL กุญแจ 5 ดอก ผ่านการจัดสร้างสนาม BBL 10 ฐาน และการปรับบริบทห้องเรียน BBL เพื่อจัดกิจกรรม Active Learning 5 ขั้นตอน โดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนด้วยวงจรคุณภาพ PDCA-S (Spiral) ร่วมกับการอภิปรายกลุ่มและการประเมินผลเชิงพหุวัฒนธรรม ผลการดำเนินงาน ด้านผู้เรียน ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะสมอง กระบวนการคิด และสุขภาวะองค์รวม ส่งผลให้เจตคติต่อการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น เรียนรู้อย่างมีความสุขในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ด้านครูและสถานศึกษา ครูได้รับการพัฒนาศักยภาพผ่านระบบนิเทศแบบเพื่อนคู่คิด (Peer Coaching) เกิดวัฒนธรรมการทำงานแบบกัลยาณมิตร ส่งผลให้โรงเรียนได้รับการยอมรับในฐานะต้นแบบวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในการบริหารและการจัดการเรียนรู้ ด้านชุมชนและประโยชน์สาธารณะ สร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมจากผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Local Ownership) ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในการส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อนอกพื้นที่ และยกระดับโรงเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของท้องถิ่น คำสำคัญ: MESOOK Model, Brain-Based Learning (BBL), การบริหารแบบมีส่วนร่วม, สุขภาวะองค์รวม, วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา
ผู้พัฒนา นางสาววาสนา สายพิน
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านหัวริน
วันที่เผยแพร่ 28 Aug 2026
ยอดเข้าชมสะสม 20 ครั้ง

ผลงานนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง (แนะนำ)

ศธจ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 ดูงาน →