นวัตกรรมเด่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 เข้าชม 27 ครั้ง

SWR STEM-MAKER Soft Skills Ecosystem Model ระบบนิเวศเพื่อพัฒนานวัตกรรุ่นเยาว์ ในศตวรรษที่ 21

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

หมวดนวัตกรรม นวัตกรรม 5 ด้าน
ประเภทนวัตกรรม ด้าน STEM Education
ประเภทผู้จัดทำผลงาน ผู้บริหารการศึกษา / ผู้บริหารสถานศึกษา
ปี พ.ศ. 2569
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา ป.1-6
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา/โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนสันป่าตอง (สุวรรณราษฎร์วิทยาคาร)
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

ผลที่เกิดขึ้นกับสถำนศึกษ การพัฒนานวัตกรรม SWR STEM-MAKER Soft Skills Ecosystem Model ส่งผลให้สถานศึกษามีรูปแบบการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ที่เป็นระบบ มีความเชื่อมโยงระหว่างการบริหารวิชาการ การจัดการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิดของระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้าน STEM Education กระบวนการ Maker Education และการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้การดำเนินงานด้านการจัดการศึกษามีทิศทางที่ชัดเจน สามารถตอบสนองต่อนโยบายการศึกษาของประเทศและความต้องการของชุมชนได้อย่างเหมาะสม ในด้านการบริหารจัดการ โรงเรียนมีระบบการดำเนินงานที่ชัดเจนผ่านวงจร SMART Cycle ประกอบด้วย Survey, Manage, Activate, Review และ Transform ซึ่งช่วยให้การวางแผน การดำเนินงาน การ นิเทศติดตาม การประเมินผล และการพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง ส่งผล ให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเชื่อมโยงการทำงานของทุกฝ่ายและสร้างวัฒนธรรมองค์กร แห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ในด้านผู้เรียน นวัตกรรมดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ผ่านกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering Design Process) และกระบวนการ Maker Process ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาปัญหาจากบริบทจริง สืบค้นข้อมูล วางแผน ออกแบบ สร้างชิ้นงาน ทดลอง ปรับปรุง และน าเสนอผลงานอย่างเป็นลำดับ ส่งผลให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะด้าน STEM (Science, Technology, Engineering and Mathematics) เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งสามารถประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาใน ชีวิตจริงและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของโรงเรียน ชุมชน และสังคม นอกจากนี้ ผู้เรียน ยังได้รับการพัฒนาทักษะด้าน Soft Skills อย่างรอบด้าน ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร (Communication) การทำงาน ร่วมกัน (Collaboration) ภาวะผู้นำและการเป็นผู้ตาม (Leadership and Followership) การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) ความ รับผิดชอบ (Responsibility) และความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) อันเป็นสมรรถนะสำคัญที่ จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 ผลที่เกิดขึ้นกับครูผู้สอน ในด้านครูผู้สอน นวัตกรรมส่งผลให้ครูมีการปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็นผู้อำนวย ความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator) และผู้ชี้แนะ (Coach) โดยใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ในการร่วมกันออกแบบการจัดการเรียนรู้ พัฒนาสื่อและนวัตกรรม ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนผลการปฏิบัติงาน ส่งผลให้ครูมีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และสามารถบูรณาการ STEM Education กับ Maker Education ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่เกิดขึ้นกับเครือข่าย ในด้านความร่วมมือของเครือข่าย นวัตกรรมช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานภายนอก ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ทั้งในด้านการสนับสนุนทรัพยากร การเป็นแหล่งเรียนรู้ การให้คำปรึกษา และการร่วมพัฒนานวัตกรรมของผู้เรียน ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง กับบริบทของชุมชนและสามารถนองำค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวนำไปสู่การสร้างผู้เรียนให้เป็น Young Innovator หรือเยาวชนนักนวัตกร ที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา สร้างสรรค์นวัตกรรม และต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีความพร้อมในการ ดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) สามารถกล่าวโดยสรุปว่า นวัตกรรม SWR STEM-MAKER Soft Skills Ecosystem Model เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาระบบการบริหารจัดการและการ จัดการเรียนรู้แบบองค์รวม เชื่อมโยงการพัฒนาผู้เรียน ครู สถานศึกษา และเครือข่ายความร่วมมือเข้าด้วยกันอย่าง เป็นระบบ ก่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง และสามารถขยายผลเป็น ต้นแบบการพัฒนาสถานศึกษาที่มุ่งสร้างนวัตกรรุ่นเยาว์ที่มีสมรรถนะทั้งด้าน Hard Skills และ Soft Skills ได้ อย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายของการศึกษาในศตวรรษที่ 21

กลุ่มเป้าหมายผู้เรียน

นักเรียนชั้น ป.1-6

ระยะเวลาดำเนินงาน

1 ปีการศึกษา

เอกสารอ้างอิงและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง

-

ไฟล์และเอกสารแนบ

เล่มหลัก (ไฟล์หลักสำหรับการสืบค้นศึกษา) pdf_6a908dfba6800925905e.pdf
ดาวน์โหลดรูปเล่มเอกสาร

รูปแบบการเขียนอ้างอิงนวัตกรรมนี้

นางณฐพร มูลวงษ์. (2569). SWR STEM-MAKER Soft Skills Ecosystem Model ระบบนิเวศเพื่อพัฒนานวัตกรรุ่นเยาว์ ในศตวรรษที่ 21. ระบบคลัง/ฐานนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่. https://cmipeo-innovation.com/detail.php?id=29

ลิงก์ตรงสำหรับอ้างอิง:
แชร์ต่อ: Facebook X (Twitter) LINE

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานนี้

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

กรุณาสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อป้อนความเห็นและรับความเคลื่อนไหว

Cover Preview
สแกนเพื่ออ่านต่อบนมือถือ

ใช้กล้องมือถือสแกนเพื่อเปิดหน้าผลงานนี้

ข้อมูลสรุป

หมวดหมู่ การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การท างาน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสร้างสรรค์นวัตกรรม การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน (Partnership for 21st Century Skills (P21, 2019) สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐ ดำเนินการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรู้ ทักษะ และความสามารถในการ ประกอบอาชีพและดรำงชีวิตได้อย่างมีความสุข (ราชกิจจานุเบกษา, 2560) รวมทั้งพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดให้การจัดการศึกษายึดผู้เรียนเป็นสำคัญและส่งเสริมให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง การฝึกปฏิบัติ การคิดเป็น ทำเป็น และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหา (กระทรวงศึกษาธิการ, 2542) นอกจากนี้ พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ยังส่งเสริมให้ สถานศึกษาสามารถพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้และนวัตกรรมทางการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นต่ออนาคตและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ราชกิจจานุเบกษา, 2562) โรงเรียนสันป่าตอง (สุวรรณราษฎร์วิทยาคาร) ได้ดำเนินการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับภาพรวมและรายบุคคล โดยใช้ข้อมูลจากผลการเรียน ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ผล การทดสอบระดับชาติ ผลการประเมินสมรรถนะผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลสารสนเทศจากการนิเทศภายในและการ ติดตามพัฒนาการของผู้เรียน เพื่อกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับบริบทของ สถานศึกษา ผลการวิเคราะห์พบว่า แม้นักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังมี ประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนาในด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเชิงระบบ การประยุกต์ใช้ความรู้ใน สถานการณ์จริง การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นสมรรถนะสคัญำตามเป้าประสงค์ของ สถานศึกษาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างนวัตกรรมที่สามารถ น าไปใช้ได้จริง รวมทั้งสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นในสังคมที่หลากหลายได้อย่างมีความสุข (โรงเรียนสันป่าตอง (สุวรรณราษฎร์วิทยาคาร), 2568) ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคลเพิ่มเติม พบว่าผู้เรียนมีความแตกต่างกัน ด้านศักยภาพ ความสนใจ และรูปแบบการเรียนรู้ ขณะที่การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในบางส่วนยังเน้นการรับความรู้ มากกว่าการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ส่งผลให้ผู้เรียนจวนำนหนึ่งยังไม่สามารถพัฒนาทักษะการปฏิบัติจริง (Practical Skills) และสมรรถนะด้าน STEM Education ได้เต็มศักยภาพ อีกทั้งยังขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะ Soft Skills ที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การสื่อสาร (Communication) การทำงานร่วมกัน (Collaboration) การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ภาวะผู้นำ (Leadership) และการ ปรับตัว (Adaptability) ซึ่งเป็นทักษะที่ภาคการศึกษาและตลาดแรงงานในอนาคตให้ความสคัญำอย่างยิ่ง (World Economic Forum, 2025) โรงเรียนจึงได้ดำเนินการวิเคราะห์ปัญหาและจัดลำดับความสำคัญของปัญหาโดย อาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการประเมินสมรรถนะผู้เรียน การประชุมชุมชนแห่งการ เรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ผลการนิเทศภายใน และความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พบประเด็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ (1) ผู้เรียนยังขาดโอกาสในการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง (2) การบูรณาการ STEM Education กับการพัฒนา Soft Skills ยังไม่เป็นระบบทั้งโรงเรียน (3) ผู้เรียนยังมีโอกาสจำกัดในการสร้าง นวัตกรรมจากสถานการณ์จริง และ (4) การเชื่อมโยงการเรียนรู้กับบริบทของชุมชนยังไม่ครอบคลุมทุกระดับชั้น และเมื่อวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของปัญหาตามเกณฑ์ผลกระทบต่อคุณภาพผู้เรียน ความสอดคล้องกับ นโยบายการศึกษา และความเป็นไปได้ในการดำเนินการ พบว่า ปัญหาที่มีความสำคัญสูงสุด คือ “การขาดระบบบริหารจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาทักษะการปฏิบัติจริง ควบคู่กับการพัฒนาสมรรถนะด้าน STEM Education และ Soft Skills อย่างเป็นระบบทั้งโรงเรียน” เนื่องจากปัญหาดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพผู้เรียนในระยะยาวและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา ป.1-6
ผู้พัฒนา นางณฐพร มูลวงษ์
สถานศึกษา โรงเรียนสันป่าตอง (สุวรรณราษฎร์วิทยาคาร)
วันที่เผยแพร่ 26 Aug 2026
ยอดเข้าชมสะสม 27 ครั้ง

ผลงานนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง (แนะนำ)