การจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย STEM Education และกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) จากการสืบเสาะหาความรู้สู่การสร้างนวัตกรรม (STEM QUEST 5E : Inquiry to Innovation Model)
ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม
สถานศึกษาและสังกัด
ผลการดำเนินงานย้อนหลัง
ผลการดำเนินงานของนวัตกรรม "STEM QUEST 5E : Inquiry to Innovation Model" สามารถสรุปผลการศึกษาและผลสัมฤทธิ์ในเชิงวิชาการตามโครงสร้างการประเมินนวัตกรรมการศึกษา ได้เป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ด้านประสิทธิผลของการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ (Model Effectiveness)การเชื่อมโยงเชิงทฤษฎี สามารถสร้างกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สอดรับกันอย่างเป็นระบบ โดยใช้ QUEST Framework เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) และ STEM Education เกิดเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ Questioning & Engage (Q), Understanding & Explore (U), Exploring & Explain (E), Solving & Elaborate (S) และ Transforming & Evaluate (T) การยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญ: รูปแบบการเรียนรู้ได้รับการประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องเชิงเนื้อหา/กระบวนการจากผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับมากที่สุด 2. ด้านผลสัมฤทธิ์และสมรรถนะของผู้เรียน (Student Competency Outcomes)ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน: ผู้เรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ STEM QUEST 5E มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และทักษะการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ (Creative Problem-Solving) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การพัฒนาสมรรถนะนวัตกร (Innovator Competencies) ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับความรู้ ไปสู่การเป็น "ผู้สร้างนวัตกรรม (Maker)" โดยสามารถผลิตชิ้นงานต้นแบบ (Prototypes) ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับวิถีชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ด้านการขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการเรียนรู้ (Systemic & Operational Impact)การบูรณาการระบบ IPOO: โครงสร้าง Input-Process-Output-Outcome สามารถกำกับและส่งต่อผลผลิตจากการจัดการเรียนรู้ได้อย่างชัดเจน วงจรควบคุมคุณภาพ (PDCA & PLC): การใช้วงจร PDCA ควบคู่กับกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ยั่งยืน ทำให้เกิดการปรับปรุงแผนการสอนและพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6
1 ปีการศึกษา
บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. ทิศนา แขมมณี. (2566). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 27). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์. Office of the Basic Education Commission. (2565). แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology. (2562). แนวทางการจัดการ เรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education). สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย
ไฟล์และเอกสารแนบ
รูปแบบการเขียนอ้างอิงนวัตกรรมนี้
นางสาวณัชพร หล้าใหม่. (2569). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย STEM Education และกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) จากการสืบเสาะหาความรู้สู่การสร้างนวัตกรรม (STEM QUEST 5E : Inquiry to Innovation Model). ระบบคลัง/ฐานนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่. https://cmipeo-innovation.com/detail.php?id=44
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานนี้
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
กรุณาสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อป้อนความเห็นและรับความเคลื่อนไหว