นวัตกรรมเด่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 เข้าชม 94 ครั้ง

DINPUN Model : รูปแบบการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่ “เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน” ด้วยกระบวนการ Active Learning โรงเรียนวัดศรีสว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

หมวดนวัตกรรม นวัตกรรม 5 ด้าน
ประเภทนวัตกรรม ด้าน STEM Education
ประเภทผู้จัดทำผลงาน ครูผู้สอน / อาจารย์
ปี พ.ศ. 2569
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

วิดีโอนำเสนอผลงาน

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา/โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนวัดศรีสว่าง
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

จากการพัฒนานวัตกรรม “ดินปั้นหรรษา : DINPUN Model รูปแบบการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่ ‘เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน’ ด้วยกระบวนการ Active Learning” โรงเรียนวัดศรีสว่าง ได้ดำเนินการศึกษาสภาพปัญหา วิเคราะห์บริบทของสถานศึกษา ชุมชน และความต้องการของผู้เรียน ก่อนนำข้อมูลมาสังเคราะห์ร่วมกับแนวคิด Active Learning, Place-Based Learning, Experiential Learning, Learning by Doing, Community-Based Learning, Competency-Based Education และ STEAM Education จนพัฒนาเป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และสามารถนำไปใช้ได้จริง ผลการพัฒนานวัตกรรมทำให้ได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ DINPUN Model ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นสื่อการเรียนรู้ และใช้การลงมือปฏิบัติจริงเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ทักษะ สมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ทักษะอาชีพ และ Soft Skills ควบคู่กับการสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น นอกจากการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แล้ว ยังได้พัฒนาองค์ประกอบสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1. หลักสูตรอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ “เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน” 2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ DINPUN Model 3. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 4. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ “ดินปั้นหรรษา” 5. ใบงาน แบบฝึก และแบบประเมินตามสภาพจริง 6. สื่อการเรียนรู้ บอร์ดความรู้ และนิทรรศการอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ 7. เอกสารประกอบการเรียนรู้ คู่มือครู และคู่มือนักเรียน 8. สื่อดิจิทัลและฐานข้อมูลการเรียนรู้ผ่าน QR Code 9. ศูนย์การเรียนรู้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่ “เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน” 10. เครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน สถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ ผลการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน พบว่า รูปแบบนวัตกรรมมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.87, S.D. = 0.22) พบว่า นวัตกรรมมีความเหมาะสม สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตรสถานศึกษา และบริบทของชุมชน สามารถส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก พัฒนาสมรรถนะผู้เรียน และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนำนวัตกรรมไปใช้ในการจัดการเรียนรู้กับนักเรียนโรงเรียนวัดศรีสว่าง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 95 คน พบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการในทุกด้านอย่างชัดเจน โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 61.20 คะแนน เป็น 84.35 คะแนน เพิ่มขึ้น 23.15 คะแนน และมีนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 65.26 เป็น ร้อยละ 95.79 หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 30.53 ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 3.18 เป็น 4.56 เพิ่มขึ้น 1.38 คะแนน สะท้อนถึงการพัฒนาด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการสร้างสรรค์นวัตกรรม ขณะที่ด้าน Soft Skills มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 3.42 เป็น 4.61 เพิ่มขึ้น 1.19 คะแนน แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีความรับผิดชอบ มีวินัย สามารถทำงานเป็นทีม กล้าแสดงออก มีภาวะผู้นำ และมีความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์ผลงานและผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาบ้านกวนได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ พวงกุญแจดินปั้น ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาสร้างสรรค์ กิจกรรมผู้ประกอบการน้อย และผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งได้นำไปจัดแสดงในนิทรรศการและเวทีวิชาการทั้งในระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับประเทศ ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบ DINPUN Model อยู่ในระดับ มากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 4.82 คะแนน สะท้อนว่านวัตกรรมสามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากบริบทจริงของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็น ศูนย์การเรียนรู้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่ “เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน” ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งศึกษาดูงาน และศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับนักเรียน ครู นักศึกษา และหน่วยงานภายนอก อีกทั้งยังเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่เครือข่ายสถานศึกษา ส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน

กลุ่มเป้าหมายผู้เรียน

นักเรียนโรงเรียนวัดศรีสว่าง ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครูและบุคลากรทางการศึกษา ปราชญ์และวิทยากรท้องถิ่น ผู้ปกครอง ตลอดจนภาคีเครือข่ายและผู้สนใจในชุมชนบ้านกวน โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ถ่ายทอด อนุรักษ์ และต่อยอดภูมิปัญ

ระยะเวลาดำเนินงาน

ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปีการศึกษา 2565–2569 โดยพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรท้องถิ่น กระบวนการจัด

เอกสารอ้างอิงและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1. George Washington University. Bybee, R. W. (2013). The case for STEM education: Challenges and opportunities. National Science Teachers Association Press. Dewey, J. (1938). Experience and education. Macmillan. Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice Hall. Melaville, A. I., Berg, A. C., & Blank, M. J. (2006). Community-based learning: Engaging students for success and citizenship. Coalition for Community Schools. Organisation for Economic Co-operation and Development. (2019). OECD learning compass 2030. OECD Publishing. Partnership for 21st Century Learning. (2019). Framework for 21st century learning definitions. Battelle for Kids. Sobel, D. (2004). Place-based education: Connecting classrooms and communities. Orion Society. United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development. United Nations. United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. UNESCO Publishing. Yakman, G. (2008). STEAM education: An overview of creating a model of integrative education. Virginia Polytechnic Institute and State University. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (2563). มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ. กระทรวงวัฒนธรรม. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). นโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566–2567. กระทรวงศึกษาธิการ. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงาน. (2565). แนวทางการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงาน. (2566). แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. เทศบาลตำบลหารแก้ว. (2568). ข้อมูลพื้นฐานตำบลหารแก้ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่. เทศบาลตำบลหารแก้ว. ทิศนา แขมมณี. (2564). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 26). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. มารุต พัฒผล, & วิชัย วงษ์ใหญ่. (2562). การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-Based Learning). ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้. มารุต พัฒผล, & วิชัย วงษ์ใหญ่. (2563). Active Learning เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน. ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้. ราชกิจจานุเบกษา. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580. เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก. โรงเรียนวัดศรีสว่าง. (2569). หลักสูตรอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ “เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน”. โรงเรียนวัดศรีสว่าง. วิชัย วงษ์ใหญ่, & มารุต พัฒผล. (2563). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงาน. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580). สำนักนายกรัฐมนตรี. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน). (2565). เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy): แนวคิดและการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศ. สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่. (2564). ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่. ศูนย์วิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน. (2568). ข้อมูลภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน. ศูนย์วิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน. สุคนธ์ สินธพานนท์. (2563). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ไฟล์และเอกสารแนบ

เล่มหลัก (ไฟล์หลักสำหรับการสืบค้นศึกษา) pdf_cb56d2b7d2461bbdfe71.pdf
ดาวน์โหลดรูปเล่มเอกสาร

รูปแบบการเขียนอ้างอิงนวัตกรรมนี้

นายอนุษา ใหม่ศรี. (2569). DINPUN Model : รูปแบบการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่ “เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน” ด้วยกระบวนการ Active Learning โรงเรียนวัดศรีสว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4. ระบบคลัง/ฐานนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่. https://cmipeo-innovation.com/detail.php?id=8

ลิงก์ตรงสำหรับอ้างอิง:
แชร์ต่อ: Facebook X (Twitter) LINE

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานนี้

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

กรุณาสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อป้อนความเห็นและรับความเคลื่อนไหว

Cover Preview
สแกนเพื่ออ่านต่อบนมือถือ

ใช้กล้องมือถือสแกนเพื่อเปิดหน้าผลงานนี้

ข้อมูลสรุป

หมวดหมู่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กำหนดให้การจัดการศึกษามุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่มีความรู้ คุณธรรม และสมรรถนะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการคิด การลงมือปฏิบัติ และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การพัฒนาการศึกษาฐานสมรรถนะ (Competency-Based Education) และการบูรณาการการเรียนรู้กับบริบทของชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหา การสร้างนวัตกรรม และการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2565) นอกจากนี้ การพัฒนาการศึกษายังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 4 ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) และเป้าหมายที่ 11 ด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของประเทศไทย ที่มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นองค์ความรู้ นวัตกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โรงเรียนวัดศรีสว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 ตั้งอยู่ในตำบล หารแก้ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น โดยเฉพาะ “เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อเนื่องมายาวนานกว่า 200 ปี และได้รับการยอมรับว่าเป็นอัตลักษณ์สำคัญของชุมชน สามารถสะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีศักยภาพในการบูรณาการเข้าสู่การจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาสภาพปัญหาโดยการวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา การสำรวจความต้องการของผู้เรียน (Needs Assessment) การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การสัมภาษณ์ครู ผู้ปกครอง ปราชญ์ชุมชน และการวิเคราะห์บริบทของสถานศึกษา พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขาดโอกาสในการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริงในชุมชน ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และไม่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนกับการดำรงชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ผู้เรียนขาดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด Active Learning ของ Bonwell และ Eison (1991) ที่เสนอว่าผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายเมื่อได้ลงมือปฏิบัติ คิด วิเคราะห์ และสะท้อนผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งสอดคล้องกับแนวคิด Experiential Learning ของ Kolb (1984) ซึ่งอธิบายว่าการเรียนรู้เกิดจากการเปลี่ยนประสบการณ์เป็นองค์ความรู้ผ่านวงจรของการปฏิบัติ การสะท้อนคิด การสร้างแนวคิด และการนำไปประยุกต์ใช้ ตลอดจนแนวคิด Learning by Doing ของ Dewey (1938) ที่เชื่อว่าการเรียนรู้ที่แท้จริงเกิดจากการลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ การพัฒนานวัตกรรมยังอาศัยแนวคิด Place-Based Learning ของ Sobel (2004) ที่เน้นการใช้ชุมชนและบริบทของพื้นที่เป็นฐานการเรียนรู้ และแนวคิด Community-Based Learning ของ Melaville, Berg และ Blank (2006) ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความตระหนัก เห็นคุณค่า และมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ควบคู่กับแนวคิด Competency-Based Education ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะในการปฏิบัติจริง (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2565) และแนวคิด STEM Education ที่ส่งเสริมการบูรณาการองค์ความรู้สู่การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างนวัตกรรม (Bybee, 2013) จากการวิเคราะห์ปัญหา ความต้องการจำเป็น และศักยภาพของชุมชน ผู้วิจัยจึงได้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรม “ดินปั้นหรรษา : DINPUN Model” รูปแบบการจัดการเรียนรู้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่ “เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน” ด้วยกระบวนการ Active Learning โดยผ่านกระบวนการศึกษาบริบท การสังเคราะห์แนวคิดและทฤษฎี การออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้ การตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ การทดลองใช้ การปรับปรุง และการนำไปใช้จริงในสถานศึกษา จนได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน รูปแบบการจัดการเรียนรู้ DINPUN Model ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ Discover (ค้นพบ) Investigate (สืบค้น) Network Learning (เรียนรู้ร่วมกับเครือข่าย) Practice (ลงมือปฏิบัติ) Understanding (สะท้อนและสังเคราะห์องค์ความรู้) และ New Innovation (สร้างสรรค์นวัตกรรม) ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์ตรง เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับองค์ความรู้ทางวิชาการ และต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ผลการนำนวัตกรรมไปใช้พบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นจากคะแนนเฉลี่ย 61.20 คะแนน เป็น 84.35 คะแนน มีผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 65.26 เป็นร้อยละ 95.79 สมรรถนะผู้เรียนเพิ่มขึ้นจาก 3.18 เป็น 4.56 และคะแนน Soft Skills เพิ่มขึ้นจาก 3.42 เป็น 4.61 อีกทั้งผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น พวงกุญแจดินปั้น ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาสร้างสรรค์ และกิจกรรมผู้ประกอบการน้อย ตลอดจนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชุมชน และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนี้ นวัตกรรมยังส่งผลให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ศูนย์วิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาบ้านกวน เทศบาลตำบลหารแก้ว สถาบันอุดมศึกษา ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่ายทางการศึกษา จนพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่ที่ใช้เป็นแหล่งศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับเขตพื้นที่ จังหวัด และระดับประเทศ ดังนั้น นวัตกรรม “ดินปั้นหรรษา : DINPUN Model” จึงเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มีฐานคิดทางวิชาการชัดเจน ผ่านกระบวนการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพอย่างเป็นระบบ สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ทักษะในศตวรรษที่ 21 และ Soft Skills ควบคู่กับการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การสร้างคุณค่าทางการศึกษา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งสามารถใช้เป็นต้นแบบในการขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น
ผู้พัฒนา นายอนุษา ใหม่ศรี
สถานศึกษา โรงเรียนวัดศรีสว่าง
วันที่เผยแพร่ 24 Aug 2026
ยอดเข้าชมสะสม 94 ครั้ง

ผลงานนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง (แนะนำ)