คลังนวัตกรรมศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่

สืบค้นผลงานและข้อเสนอนวัตกรรมการเรียนรู้ของบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่

พบผลงานที่ตรงตามเงื่อนไข 3 รายการ กรองผลลัพธ์แล้ว
T03

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและศึกษาผลการใช้รูปแบบการแนะแนวเชิงรุก ด้วยกระบวนการ GROW Coaching ร่วมกับภาคีเครือข่ายและคลังสารสนเทศดิจิทัล (MT GROW Scholarship Model) สําหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) ส่งเสริมและเพิ่มโอกาสการ เข้าถึงทุนการศึกษาและกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 3) ประเมินความพึงพอใจและการมี ส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และ 4) ส่งเสริมให้นักเรียนสามารถดําเนินการตามเงื่อนไขของกองทุนฯ ได้ อย่างครบถ้วน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จํานวน 36 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง นวัตกรรม MT GROW Scholarship Model บูรณา การแนวคิด GROW Coaching (Goal, Reality, Options, Will) ร่วมกับการบริหารจัดการแบบมี ส่วนร่วม และการใช้คลังสารสนเทศดิจิทัลเป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูล ผลการดําเนินงานพบว่า 1) นักเรียนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงคลังสารสนเทศดิจิทัลและได้รับการ แนะแนวเชิงรุกคิดเป็นร้อยละ 100 สามารถสะสมชั่วโมงจิตอาสาและผ่านการอบรม SET e-Learning ได้ครบถ้วนตามเกณฑ์ 2) มีระบบการแก้ไขปัญหาผลการเรียนค้างส่งอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้นักเรียน รักษาสิทธิ์และได้รับอนุมัติกู้ยืมเพื่อการศึกษาหรือทุนการศึกษาเพิ่มขึ้น 3) เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็ง จากภาคีเครือข่าย ทั้งผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ในการสนับสนุนผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม สรุปได้ว่า MT GROW Scholarship Model เป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเหลื่อมล้ํา และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้เรียนได้อย่างยั่งยืน คําสําคัญ : MT GROW Scholarship Model, การแนะแนวเชิงรุก, GROW Coaching, ทุนการศึกษา , กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

โรงเรียนแม่แตง รายละเอียด →
Cover
ด้าน 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ครูผู้สอน / อาจารย์

พัฒนาทักษะภาษาไทยชั้นป.1 โดยใช้นวัตกรรม 4 ป

นวัตกรรม "4 ป" จึงถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้โดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นกระบวนการที่ชัดเจน 4 ขั้นตอน ได้แก่ ป 1 = ปูพื้นฐานพยัญชนะให้แม่น ผ่านการทำซ้ำย้ำเตือนเพื่อให้จดจำฐานเสียงได้อย่างถูกต้อง ป 2 =ปรับเพิ่มสระ โดยทยอยนำเสนอทีละ 1 สระ และเริ่มจากสระเสียงยาวเพื่อลดความสับสน ป 3 =ประสมคำ โดยฝึกทักษะการอ่านและการเขียนควบคู่กันไปในลักษณะบูรณาการ ป 4 =ประเมินผล เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าและช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคลทันท่วงที ด้วยกลไกของนวัตกรรม 4 ป นี้ จึงเป็นคำตอบสำคัญในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อย่างยั่งยืน และช่วยสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทยให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 อย่างมีประสิทธิภาพ

โรงเรียนบ้านปง(อินทขิลวิทยาคาร) รายละเอียด →
Cover
ด้าน 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ผู้บริหารการศึกษา / ผู้บริหารสถานศึกษา

การพัฒนานวัตกรรมระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) โดยใช้รูปแบบ “4ส สร้างสุข สู่การแนะแนว”

ในสภาพสังคมยุคปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในด้านการเมือง การศึกษา เศรษฐกิจและสังคม มักส่งผลกระทบที่อาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ กับผู้เรียนในสถานศึกษาหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านพฤติกรรมของผู้เรียน ด้านความปลอดภัยของผู้เรียน ด้านสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เป็นมลพิษต่อสุขภาวะของผู้เรียน ด้านการกลั่นแกล้งทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมออนไลน์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้เรียนเป็นอย่างยิ่ง ครูจึงควรมีเทคนิควิธีและกระบวนการในการให้การช่วยเหลือผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพละเอียดรอบคอบมากขึ้น มีบทบาทที่สำคัญมากยิ่งขึ้นและการแนะแนวยังเป็นศาสตร์แห่งการพัฒนาที่มีความสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการพัฒนาที่ยั่งยืนที่จะต้องเป็นการพัฒนาที่ก่อให้เกิดความสมดุลหรือมีปฏิสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน ในระหว่างมิติต่าง ๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม จิตใจ รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นองค์ประกอบที่จะรวมกันหรือองค์รวมในการทำให้ชีวิตมนุษย์สามารถอยู่ดีมีสุขได้ ทั้งสำหรับคนในรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นอนาคต การแนะแนวได้รับการยอมรับว่าเป็นแขนงวิชาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคคลและประเทศชาติเป็นอย่างมาก ได้รับการยกย่องว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูงที่มีปรัชญาจุดมุ่งหมาย กระบวนการ จรรยาบรรณ และการวิจัยที่เป็นของตนเองโดยเฉพาะ ความเปลี่ยนแปลงของสังคมทำให้การพัฒนาเยาวชนไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่คาดหวัง การดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เยาวชนมีคุณภาพตามเป้าหมายของการจัดการศึกษาจึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายโดยเฉพาะครูซึ่งมีหน้าที่หลักในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียน การแนะแนวเป็นศาสตร์ หนึ่งที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเจริญเติบโตเต็มตามศักยภาพบรรลุเป้าหมายของการจัดการศึกษาที่ตั้งไว้ ดังนั้นครูทุกคนจึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับการแนะแนวเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือพัฒนาผู้เรียน การจัดการแนะแนวจึงเป็นความสมัครใจของผู้เรียนที่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อเติมเต็ม การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ดังนั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยเน้น ด้านความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้ ในเรื่องสาระความรู้ให้บูรณาการความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมในแต่ละระดับการศึกษาเพื่อพัฒนาด้านความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสังคม (พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3), 2553) การให้คำปรึกษาในการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญของการพัฒนาผู้เรียน โดยการบริการให้การปรึกษา (Counseling Service) ถือ ได้ว่าเป็นหัวใจของการแนะแนว “เป็นพื้นที่ปลอดภัย” หมายถึง การสร้างพื้นที่ภายในโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของนักเรียนโดยให้มีการสนทนาพูดคุยระหว่างครูกับนักเรียน โดยใช้ทักษะให้การปรึกษา เพื่อสร้างสัมพันธภาพ เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการศึกษาต่อและการใช้ชีวิตให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การแนะแนวในสถานศึกษาจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญในการตอบสนองพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2545 ที่มุ่งเน้นให้จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขโดยเฉพาะบริการแนะแนวในสถานศึกษายังสนับสนุนจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตัวเอง มีความสามารถในการสื่อสารและเทคโนโลยี มีทักษะชีวิตสามารถรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิต รักการออกกำลังกาย มีจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของโลก มีจิตสาธารณะอยู่ร่วมกันในสังคม อย่างมีความสุข ทั้งนี้หลักสูตรได้กำหนดให้มีกิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตร จากความสำคัญของงานแนะแนว มีความสำคัญได้ดังนี้ 1. งานแนะแนวมีความสำคัญต่อผู้เรียนในด้านการส่งเสริมพัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคมและ สติปัญญา ความสามารถปรับตัว ความสามารถการศึกษาและพัฒนาทักษะพื้นฐานการงานอาชีพตามวัย 2. งานแนะแนวมีความสำคัญต่อผู้เรียนในด้านการป้องกันปัญหาของผู้เรียนทั้งปัญหาส่วนตัว ปัญหาสังคม และปัญหาในการดำรงชีวิตประจำวัน 3. งานแนะแนวช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถช่วยตนเอง แก้ไขปัญหาของตนและสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสมตามวัย กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (งานแนะแนว) โรงเรียนศรีจอมทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 จึงมุ่งส่งเสริมให้ครูทุกท่าน สามารถให้คำปรึกษาแก่นักเรียนแบบบูรณาการ เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษา การเรียน ส่วนตัวและสังคม สามารถนำองค์ความรู้มาเชื่อมโยงกันในแต่ละด้าน นำไปสู่การประยุกต์ใช้ได้จริงได้ ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ผ่านนวัตกรรมระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) โดยใช้รูปแบบ 4ส สร้างสุข สู่การแนะแนว แบบบูรณาการทั้งสามด้าน คือ 1) ด้านการศึกษา 2) ด้านส่วนตัวและสังคม 3) ด้านอาชีพ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวมีแนวทางเพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองได้ดีขึ้น พร้อมที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการจัดกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตจะสอดคล้องกับประเด็นกลยุทธ์ของโรงเรียนมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีคุณธรรมรับผิดชอบต่อสังคม เป็นพลเมืองดีและมีค่านิยมที่พึงประสงค์ ระบบในการดูแลช่วยเหลือและพัฒนาให้วัยรุ่นมีความพร้อมในการดำเนินชีวิตและก้าวข้ามอุปสรรคถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งในสถานศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะและเตรียม ความพร้อมให้กับผู้เรียน ทั้งนี้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ กำหนดให้สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมแนะแนว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ แก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียนช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง (สำนักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2553) โรงเรียนศรีจอมทอง เป็นโรงเรียนสังกัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 - ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 โรงเรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญในหน้าที่ของการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ มีกระบวนการบริหารจัดการ ภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นโรงเรียนคุณภาพด้านวิชาการ ส่งเสริมนวัตกรรม ให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม มีสมรรถนะ สื่อสารสามภาษา พัฒนาสู่สากล บนพื้นฐานความเป็นไทย” มีการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบเพื่อส่งเสริมให้ ผู้เรียนมีความรู้ มีความเป็นเลิศทางวิชาการมีคุณธรรมและมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาเพื่อเป็น พลเมืองที่ดีของสังคม โดยการส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีความรู้ มีทักษะ กระบวนการและมีเจตคติที่ดีต่อการปฏิบัติงาน โดยโรงเรียนศรีจอมทองมีกระบวนการจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์และพันธกิจซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษาโดยการวิเคราะห์ (SWOT Analysis) เพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของสถานศึกษา พร้อมทั้งเสนอแนะ วิธีการพัฒนาส่งเสริมแก้ไข โดยอยู่บนพื้นฐานข้อมูลของสถานศึกษาร่วมกันกำหนดเป้าหมายวิสัยทัศน์ และพันธกิจซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลายภาคส่วนโดยมอบหมายหน้าที่ ผู้รับผิดชอบหลักในแต่ละโครงการอย่างเป็นระบบคำนึงถึงเป้าหมายของความสำเร็จในแต่ละปี ความสอดคล้องกับมาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษารวมถึงทุกโครงการจะต้องส่งผลเพื่อให้วิสัยทัศน์ของโรงเรียนศรีจอมทองประสบความสำเร็จ ในการดำเนินงานมีการกำกับ ติดตามผล การดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม ทั้งในด้านระยะเวลา งบประมาณ ความสำเร็จของโครงการ กิจกรรมและนำข้อมูลที่สรุปมาเป็นส่วนสำคัญใน การวางแผนจัดทำแผนปฏิบัติการในปีถัดไปมีการ จัดทำและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาโดยสถานศึกษามีหลักสูตรที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบท ท้องถิ่นและสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราชการ 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) เป็นต้นแบบในการจัดการเรียนรู้และพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน งานแนะแนวในโรงเรียนจึงเป็นอีกหนึ่งงานซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการพัฒนาผู้เรียน จึงได้มีการสร้างและออกแบบนวัตกรรมระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) โดยใช้รูปแบบ “4ส สร้างสุข สู่การแนะแนว” ขึ้น เนื่องจากงานแนะแนวได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดให้มีการจัด กิจกรรมแนะแนวในชั้นเรียนและงานบริการแนะแนวเพื่อให้ข้อมูลด้านการศึกษา อาชีพและส่วนตัวให้ทั่วถึงนักเรียนทุกคนโดยมีการส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคลทำให้สามารถค้นพบตนเองและพัฒนาศักยภาพตนเองได้ การแนะแนวจึงได้มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาองค์รวมของนักเรียนทั้งในด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม สามารถคิดแก้ปัญหากำหนดเป้าหมายวางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและอาชีพสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

โรงเรียนสองแคววิทยาคม รายละเอียด →