นวัตกรรมเด่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 เข้าชม 27 ครั้ง

“Playful Brain Learning (PBL) นวัตกรรมพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณด้านการจดจำรูปแบบสำหรับเด็กปฐมวัย”

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

หมวดนวัตกรรม นวัตกรรม 5 ด้าน
ประเภทนวัตกรรม ด้าน STEM Education
ประเภทผู้จัดทำผลงาน ครูผู้สอน / อาจารย์
ปี พ.ศ. 2569
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา อนุบาล 3
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ปฐมวัย

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา/โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนวัดศรีโพธาราม
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

การดำเนินงานนวัตกรรม Playful Brain Learning (PBL) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย โดยมุ่งเน้นด้าน การจดจำรูปแบบ (Pattern Recognition) ผ่านการเรียนรู้ด้วยการเล่น การสำรวจ และการลงมือปฏิบัติจริง ผลการดำเนินงานมีดังนี้ 1. ผลการประเมินทักษะก่อนและหลังการจัดประสบการณ์ จากการประเมินทักษะการจดจำรูปแบบของนักเรียนก่อนและหลังการจัดประสบการณ์ พบว่า นักเรียนมีพัฒนาการหลังได้รับการจัดกิจกรรมด้วยนวัตกรรม PBL สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดย ก่อนการพัฒนา นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 2.21 คะแนน หลังการพัฒนา นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 8.33 คะแนน คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6.12 คะแนน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 72.67 ผลดังกล่าวสะท้อนว่า การจัดประสบการณ์ผ่านการเล่นและการลงมือปฏิบัติจริง สามารถส่งเสริมให้เด็กเกิดความเข้าใจและพัฒนาทักษะการจดจำรูปแบบได้อย่างเป็นรูปธรรม 2. ผลการประเมินทักษะการคิดเชิงคำนวณด้านการจดจำรูปแบบ ผลการประเมินทักษะการคิดเชิงคำนวณด้านการจดจำรูปแบบโดยรวม พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 2.87 จากคะแนนเต็ม 3 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 95.56 อยู่ในระดับ คุณภาพดีเยี่ยม เมื่อพิจารณาพฤติกรรมที่สะท้อนทักษะของผู้เรียน พบว่า นักเรียนสามารถ สังเกตและค้นหารูปแบบที่เหมือนหรือแตกต่างกันได้ จดจำและเรียงลำดับรูปแบบได้ คาดการณ์รูปแบบที่ควรเกิดขึ้นต่อไปได้ แก้ไขหรือเติมส่วนที่ขาดหายของรูปแบบได้ อธิบายวิธีคิดและเหตุผลของตนเองได้ นำทักษะการจดจำรูปแบบไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้ 3. ผลด้านพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน จากการสังเกตพฤติกรรมระหว่างการจัดกิจกรรม พบว่า เด็กมีความสนใจและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น สามารถลงมือปฏิบัติร่วมกับเพื่อน กล้าแสดงความคิดเห็น และมีความมั่นใจในการนำเสนอผลงานของตนเอง โดยด้าน ความตั้งใจ สนใจ และรับผิดชอบต่อกิจกรรม มีคะแนนเฉลี่ย 3.00 จาก 3 คะแนน หรือร้อยละ 100 สะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการจัดกิจกรรมที่เน้นการเล่นและการลงมือทำ สามารถสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กได้เป็นอย่างดี 4. ผลที่เกิดขึ้นต่อการจัดการเรียนรู้ ครูสามารถนำผลการประเมินและข้อมูลจากการสังเกตมาใช้ในการปรับปรุงกิจกรรม สื่อ และวิธีการตั้งคำถามให้เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ทำให้การจัดประสบการณ์มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อพัฒนาการของเด็กมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถนำแนวทางของ PBL Model ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC และเผยแพร่ให้ครูหรือสถานศึกษาอื่นนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตนเอง สรุปผลการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานโดยรวมแสดงให้เห็นว่า Playful Brain Learning (PBL) สามารถส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณด้านการจดจำรูปแบบของเด็กปฐมวัยได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ พฤติกรรมการมีส่วนร่วม และความสามารถในการนำทักษะไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยผลการประเมินหลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด และผลการประเมินทักษะโดยรวมอยู่ในระดับคุณภาพดีเยี่ยม ผลสำเร็จดังกล่าวสะท้อนว่า “การเล่นอย่างมีเป้าหมาย สามารถเปลี่ยนเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่พัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบได้” และสามารถนำไปเป็นแนวทางในการจัดประสบการณ์เพื่อวางรากฐานทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับเด็กปฐมวัยต่อไป

กลุ่มเป้าหมายผู้เรียน

เด็กอนุบาล 3 จำนวน 11 คน

ระยะเวลาดำเนินงาน

1 ปีการศึกษา

เอกสารอ้างอิงและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. คุณครู Code Genius Academy. (2565, 3 พฤศจิกายน). Play-Based Learning การเรียนรู้ผ่านการเล่น เสริมสร้างการเรียนรู้รูปแบบใหม่. Code Genius Academy. https://codegeniusacademy.com/play-based-learning/ ชุลีกร จันทรโคตร. (2559). การพัฒนาชุดการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบจิตปัญญาร่วมกับการเรียนรู้โดย ใช้สมองเป็นฐาน (BBL) เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการ และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตร์มหาบันฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. พรพรรณ บุญเนตร. (2561). การพัฒนากิจกรรมการจัดประสบการณ์โดยใช้สมองเป็นฐาน เพื่อเสริมทักษะทาง คณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย.การค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร. บุณยณัฐ บัวราช, บิลกิส สุนทรพงษ์, และเดชกุล มัทวานุกูล. (2567). Unplugged Coding: การจัดกิจกรรม การเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 10(2), 410-421. สุริยา ชาปู่ และ สุรีย์พร สว่างเมฆ. (2566). การพัฒนาทักษะทางสมองและทักษะความคิดของนักเรียนปฐมวัย โดยใช้กิจกรรม Unplugged Coding. วารสารแก่นสารวิชาการ (Journal of Roi Kaensarn Academi), 8(2), 218-234. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (มป.ป.). หลักสูตรอบรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ วิทยาการคำนวณ ระดับอนุบาล. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ไฟล์และเอกสารแนบ

เล่มหลัก (ไฟล์หลักสำหรับการสืบค้นศึกษา) pdf_356ff7f4cdaf9a84c262.pdf
ดาวน์โหลดรูปเล่มเอกสาร

รูปแบบการเขียนอ้างอิงนวัตกรรมนี้

นางสาวธิดารัตน์ หล้าจันทร์. (2569). “Playful Brain Learning (PBL) นวัตกรรมพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณด้านการจดจำรูปแบบสำหรับเด็กปฐมวัย”. ระบบคลัง/ฐานนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่. https://cmipeo-innovation.com/detail.php?id=3

ลิงก์ตรงสำหรับอ้างอิง:
แชร์ต่อ: Facebook X (Twitter) LINE

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานนี้

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

กรุณาสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อป้อนความเห็นและรับความเคลื่อนไหว

Cover Preview
สแกนเพื่ออ่านต่อบนมือถือ

ใช้กล้องมือถือสแกนเพื่อเปิดหน้าผลงานนี้

ข้อมูลสรุป

หมวดหมู่ ในศตวรรษที่ 21 ทักษะการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และจัดการกับข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยสามารถส่งเสริมได้ตั้งแต่ระดับปฐมวัยผ่านการเล่น การสังเกต การจำแนก การเรียงลำดับ และการแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับวัย หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการคิดเชิงคำนวณ คือ การจดจำรูปแบบ (Pattern Recognition) ซึ่งช่วยให้เด็กสังเกตความเหมือน ความแตกต่าง ความสัมพันธ์ และแบบรูปที่เกิดขึ้นซ้ำ ตลอดจนสามารถคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป อันเป็นพื้นฐานของการคิดรวบยอดและการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-based Learning) และกิจกรรม Unplugged Coding เป็นแนวทางที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย เนื่องจากเปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้ผ่านการเล่น การทดลอง การลองผิดลองถูก และการแก้ปัญหาโดยใช้อุปกรณ์ที่จับต้องได้ สอดคล้องกับพัฒนาการและธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก ดังที่ บุณยณัฐ บัวราชและคณะ (2567) พบว่า กิจกรรม Unplugged Coding ช่วยส่งเสริมกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบและการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย ขณะที่ สุริยา ชาปู่ และสุรีย์พร สว่างเมฆ (2566) พบว่า การจัดกิจกรรม Unplugged Coding ส่งผลให้ทักษะทางสมองและทักษะการคิดของเด็กปฐมวัยพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) ได้กำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะดังกล่าว โดยเฉพาะมาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ 10.1 มีความสามารถในการคิดรวบยอด และตัวบ่งชี้ที่ 10.3 มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้ด้านวิทยาการคำนวณ จากการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดศรีโพธาราม ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 พบว่า มาตรฐานที่ 10 มีค่าเฉลี่ย 2.21 อยู่ในระดับคุณภาพพอใช้ โดยเด็กส่วนใหญ่ยังขาดทักษะด้านการจดจำรูปแบบ (Pattern Recognition) โดยเฉพาะการสังเกตความสัมพันธ์ การจำแนก และการคาดคะเนลำดับของสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่นำไปสู่การคิดอย่างเป็นระบบและการแก้ปัญหา ดังนั้น ผู้จัดทำจึงนำแนวคิด Playful Brain Learning (PBL) มาบูรณาการกับการเรียนรู้ผ่านการเล่น แนวคิด STEM Education และการคิดเชิงคำนวณ โดยใช้กิจกรรม Unplugged Coding เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการสังเกต การค้นหารูปแบบ การคาดคะเน และการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณด้านการจดจำรูปแบบของเด็กอนุบาล 3 ให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย และวางรากฐานการเป็นนักคิดอย่างเป็นระบบผ่านการเรียนรู้อย่างมีความสุข จึงเกิดเป็นแนวทาง “การพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณด้านการจดจำรูปแบบในเด็กอนุบาล 3 ผ่านการเรียนรู้แบบการเล่นเป็นฐาน” ซึ่งมุ่งพัฒนาให้เด็กสามารถสังเกต จำแนก ค้นหาความสัมพันธ์ คาดคะเน และนำรูปแบบที่ค้นพบไปใช้ในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมตามวัย
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
ระดับการศึกษา อนุบาล 3
ผู้พัฒนา นางสาวธิดารัตน์ หล้าจันทร์
สถานศึกษา โรงเรียนวัดศรีโพธาราม
วันที่เผยแพร่ 19 Aug 2026
ยอดเข้าชมสะสม 27 ครั้ง

ผลงานนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง (แนะนำ)