WRAP-Model : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกจากอัตลักษณ์ข้าวดอยขุนวางสู่ Soft Power ทางอาหาร ด้วยกระบวนการบูรณาการ STEM Education เพื่อพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษและ Soft Skills ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม
วิดีโอนำเสนอผลงาน
สถานศึกษาและสังกัด
ผลการดำเนินงานย้อนหลัง
ผลการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรม จากการนำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้รูปแบบ WRAP-Model ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการเชิงรุกร่วมกับกลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 19 คน โรงเรียนพัฒนาต้นน้ำที่ 5 ขุนวาง สามารถสรุปผลประสิทธิผลการพัฒนานวัตกรรมทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดังนี้ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ (Quantitative Results) (ภาคผนวก หน้า 24) 1.1 ด้านการพัฒนานวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้: ผู้เสนอผลงานได้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้รูปแบบ WRAP-Model และแผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการข้ามศาสตร์จำนวน 1 แผน (รวม 4 ชั่วโมง) พร้อมชุดสื่อสถานการณ์จำลองตลาดนัด และชิ้นงานใบงานคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์อาหารที่ผ่านการตรวจสอบความเหมาะสมจากผู้ทรงคุณวุฒิและนำไปใช้ได้จริงครบถ้วนร้อยละ 100 1.2 ด้านสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษ: นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ร้อยละ 100.00 (นักเรียนผ่านเกณฑ์ครบทั้ง 19 คน) มีผลการประเมินสมรรถนะการพูดและการสื่อสารภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด โดยมีระดับคะแนนเฉลี่ยจากการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ในสถานการณ์จำลองกิจกรรม "Wrap & Talk" อยู่ในระดับดีขึ้นไป 1.3 ด้านทักษะกระบวนการสะเต็มศึกษาและการคิดคำนวณ: นักเรียนทุกคน (ร้อยละ 100) สามารถปฏิบัติการทดลองวิทยาศาสตร์เพื่อหาสูตรแป้งแรพ และสามารถคิดคำนวณต้นทุน ราคาทุน ตลอดจนคิดเปอร์เซ็นต์การตั้งราคาขายเชิงพาณิชย์ผ่านใบงานบูรณาการได้ถูกต้องตามเกณฑ์ โดยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ 2. ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ (Qualitative Results) 2.1 ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (Student Impact): ผู้เรียนเกิดการพัฒนาสมรรถนะสากลและทักษะชีวิตอย่างก้าวกระโดด นักเรียนมีความกล้าแสดงออกและมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถทลายกำแพงความกลัวในการพูดภาษาต่างประเทศได้สำเร็จ ในด้านทักษะกระบวนการ นักเรียนสามารถนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการทำงานร่วมกันเป็นทีม (Soft Skills) มีความยืดหยุ่นและการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ควบคู่กับการเกิดความตระหนักรู้ เห็นคุณค่า และภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ข้าวดอยขุนวาง พร้อมที่จะขับเคลื่อนภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ด้านอาหารของชุมชนต่อไป 2.2 ผลที่เกิดขึ้นกับครูผู้สอน (Teacher Impact): ผู้เสนอผลงานได้รับการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพในด้านการวิเคราะห์หลักสูตรและออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่สามารถบูรณาการทุนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมาสร้างเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ทรงคุณค่า ตอบสนองต่อตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางฯ ได้อย่างลุ่มลึก ตลอดจนประสบความสำเร็จในการขยายผลนวัตกรรม (Innovation Scaling Up) จากเวทีการแข่งขันระดับเหรียญทองชนะเลิศ สู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนในห้องเรียนปกติอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง 2.3 ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา (School Impact): โรงเรียนมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ที่เป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนหลักสูตรท้องถิ่นบูรณาการสะเต็มศึกษา ส่งผลให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ ทันสมัย ตอบโจทย์ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และสามารถใช้เป็นต้นแบบในการเผยแพร่ขยายผลให้แก่ชั้นเรียนอื่นหรือสถานศึกษาที่มีบริบทใกล้เคียงกันต่อไป
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 19 คน
2 อาทิตย์
ไฟล์และเอกสารแนบ
รูปแบบการเขียนอ้างอิงนวัตกรรมนี้
นางสาวชนกนาถ ทองตราชู. (2569). WRAP-Model : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกจากอัตลักษณ์ข้าวดอยขุนวางสู่ Soft Power ทางอาหาร ด้วยกระบวนการบูรณาการ STEM Education เพื่อพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษและ Soft Skills ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. ระบบคลัง/ฐานนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่. https://cmipeo-innovation.com/detail.php?id=39
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานนี้
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้
กรุณาสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อป้อนความเห็นและรับความเคลื่อนไหว