นวัตกรรมเด่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เข้าชม 38 ครั้ง

การพัฒนาทักษะการอ่าน เรื่องการอ่านเพื่อเขียนกรอบความคิด โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SABD MODEL สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3/5

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

หมวดนวัตกรรม นวัตกรรม 5 ด้าน
ประเภทนวัตกรรม ด้าน STEM Education
ประเภทผู้จัดทำผลงาน ครูผู้สอน / อาจารย์
ปี พ.ศ. 2569
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่
ระดับการศึกษา ม.1-ม.3
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา/โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนแม่แตง
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับร้อยละ 42.00 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับร้อยละ 81.90 แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ SABD Model ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการอ่าน การจับใจความสำคัญ และการเขียนกรอบความคิดเพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์การประเมินที่กำหนดให้นักเรียนต้องมีคะแนนผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 พบว่านักเรียนทั้ง 30 คน ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ 100 สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนสามารถเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาที่กำหนดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ จากการประเมินผลงานการนำเสนอกรอบความคิดของนักเรียน พบว่านักเรียนสามารถวิเคราะห์เรื่องที่อ่าน แยกประเด็นหลัก ประเด็นรอง และประเด็นย่อยได้อย่างถูกต้อง สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลและนำเสนอในรูปแบบกรอบความคิดได้อย่างเหมาะสม นักเรียนทุกคนมีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 100 สำหรับการประเมินชิ้นงานรายบุคคล เรื่อง “สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศที่นักเรียนสนใจ” ซึ่งเป็นการศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ และนำข้อมูลมาสรุปเป็นกรอบความคิด พบว่านักเรียนสามารถสืบค้น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง มีนักเรียนที่ได้รับผลการประเมินคุณภาพระดับดีมาก จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 90.00 และระดับดี จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 รวมผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 100

กลุ่มเป้าหมายผู้เรียน

นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3/5 จำนวน 30 คน

ระยะเวลาดำเนินงาน

1 เดือน

เอกสารอ้างอิงและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. สถาบันภาษาไทย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน. (2565). คู่มือการใช้เครื่องมือคัดกรองความสามารถในการอ่านและการเขียนของ นักเรียน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด STEM Education. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพมหานคร: บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จำกัด. ทิศนา แขมมณี. (2564). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 26). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทิศนา แขมมณี. (2565). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุวิทย์ มูลคำ. (2559). กลยุทธ์การสอนคิดวิเคราะห์. กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ์. วัชรา เล่าเรียนดี. (2560). รูปแบบและกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร. อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2562). หลักการสอน. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์. สุคนธ์ สินธพานนท์. (2561). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และ พเยาว์ ยินดีสุข. (2561). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Bonwell, C. C., & Eison, J. A.. (1991). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. Washington, DC: The George Washington University. John Dewey. (1938). Experience and Education. New York: Macmillan. David A. Kolb. (1984). Experiential Learning: Experience as the Source of Learning and Development. New Jersey: Prentice Hall. Tony Buzan. (2018). The Mind Map Book. London: BBC Active. Bernie Trilling, & Charles Fadel. (2009). 21st Century Skills: Learning for Life in Our Times. San Francisco: Jossey-Bass. Bybee, Rodger W.. (2013). The Case for STEM Education: Challenges and Opportunities. Arlington, VA: NSTA Press. National Research Council. (2012). A Framework for K-12 Science Education: Practices, Crosscutting Concepts, and Core Ideas. Washington, DC: National Academies Press. Partnership for 21st Century Skills. (2015). Framework for 21st Century Learning. Washington, DC: P21.

ไฟล์และเอกสารแนบ

เล่มหลัก (ไฟล์หลักสำหรับการสืบค้นศึกษา) pdf_b1322bc69c3d934a2eeb.pdf
ดาวน์โหลดรูปเล่มเอกสาร

รูปแบบการเขียนอ้างอิงนวัตกรรมนี้

นายภูวดล มณีวรณ์. (2569). การพัฒนาทักษะการอ่าน เรื่องการอ่านเพื่อเขียนกรอบความคิด โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SABD MODEL สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3/5. ระบบคลัง/ฐานนวัตกรรมทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่. https://cmipeo-innovation.com/detail.php?id=55

ลิงก์ตรงสำหรับอ้างอิง:
แชร์ต่อ: Facebook X (Twitter) LINE

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานนี้

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

กรุณาสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อป้อนความเห็นและรับความเคลื่อนไหว

Cover Preview
สแกนเพื่ออ่านต่อบนมือถือ

ใช้กล้องมือถือสแกนเพื่อเปิดหน้าผลงานนี้

ข้อมูลสรุป

หมวดหมู่ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะการอ่านเพื่อเขียนกรอบความคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/5 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SABD MODEL 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านจับใจความสำคัญก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ 3) ศึกษาผลที่เกิดขึ้นด้านสมรรถนะสำคัญและทักษะ Soft Skills ของผู้เรียน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/5 โรงเรียนแม่แตง จำนวน 30 คน ปีการศึกษา 2568 ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SABD MODEL แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน แบบประเมินการเขียนกรอบความคิด แบบประเมินชิ้นงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล และแบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการวิเคราะห์เชิงพรรณนา การวิจัยครั้งนี้เกิดจากสภาพปัญหาที่พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ขาดทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ ไม่สามารถแยกประเด็นหลัก ประเด็นรอง และประเด็นย่อยจากเรื่องที่อ่านได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ไม่สามารถสรุปสาระสำคัญและจัดระบบความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยจึงพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SABD MODEL ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ Study (ศึกษาและเรียนรู้) Act (ลงมือปฏิบัติ) Brain (ระดมสมอง) และ Display (นำเสนอผลงาน) ร่วมกับกิจกรรม Active Learning กระบวนการกลุ่ม กิจกรรม “บัตรคำหรรษาพัฒนาการเขียนกรอบความคิด” และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Learning) ผ่านกระบวนการอ่าน วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างกรอบความคิดด้วยตนเอง ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างชัดเจน โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 4.66 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 42.00 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 9.10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 81.90 เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.90 และนักเรียนทั้ง 30 คน ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 70 คิดเป็นร้อยละ 100 แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SABD MODEL สามารถพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญและการเขียนกรอบความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนสามารถอ่านบทความ แยกประเด็นหลัก ประเด็นรอง และประเด็นย่อย สรุปสาระสำคัญ และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบกรอบความคิดได้อย่างเป็นระบบและถูกต้องมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้เรียนยังมีพัฒนาการด้านสมรรถนะสำคัญและทักษะ Soft Skills อย่างชัดเจน ได้แก่ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และ การเรียนรู้ด้วยตนเอง นักเรียนมีความกล้าแสดงออก มีความมั่นใจในการนำเสนอผลงาน สามารถทำงานเป็นทีม รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรวมทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) เพื่อสืบค้น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้อย่างมีความหมายและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรายวิชาอื่นและในชีวิตประจำวันได้ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SABD MODEL เป็นนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาการอ่านจับใจความสำคัญของผู้เรียน โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Learning) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการบูรณาการแนวคิด STEM Education ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ Soft Skills ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างรอบด้านและยั่งยืน
หน่วยงาน / สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่
ระดับการศึกษา ม.1-ม.3
ผู้พัฒนา นายภูวดล มณีวรณ์
สถานศึกษา โรงเรียนแม่แตง
วันที่เผยแพร่ 01 Sep 2026
ยอดเข้าชมสะสม 38 ครั้ง

ผลงานนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง (แนะนำ)