คลังนวัตกรรมศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่
สืบค้นผลงานและข้อเสนอนวัตกรรมการเรียนรู้ของบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ เรื่องคำควบกล้ำแท้ โดยใช้ PATCHAREE MODEL ร่วมกับกิจกรรมร้านหรรษาหาคำควบกล้ำ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่าน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
การจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านผีปานเหนือ นักเรียนเป็นชนเผ่ากระเหรี่ยง ปัญหาการออกเสียงคำควบกล้ำจึงเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง เนื่องด้วยภาษาถิ่นที่นักเรียนใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันมีการออกเสียงที่แตกต่างจากภาษาไทยอย่างสิ้นเชิง ทำให้นักเรียนประสบปัญหาในการแยกเสียงที่ควบกล้ำและออกเสียงผิดเพี้ยน ส่งผลให้นักเรียนขาดความมั่นใจในการสื่อสาร และนำไปสู่ปัญหาการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ หลักการและแนวคิดได้จากการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่ยึดหลักการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของผู้เรียน โดยบูรณาการทฤษฎีการเรียนรู้ที่อิงสมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีความหมาย สนุกสนาน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ควบคู่กับเทคนิคการเสริมแรงจูงใจที่ช่วยกระตุ้นความสนใจ และสร้างแรงผลักดันให้นักเรียนเกิดความต้องการเรียนรู้ด้วยตนเอง
การขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ การอ่านออก เขียนได้ (อ่านออกยกชั้น) โดยใช้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่เป็นฐาน ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ SCORES ผสานเทคนิค Coaching สำหรับครูผู้สอน ระดับชั้นประถมศึกษา
การขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์การอ่านออก เขียนได้ (อ่านออกยกชั้น) โดยใช้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่เป็นฐาน ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ SCORES ผสานเทคนิค Coaching สำหรับครูผู้สอน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 สรุปผลได้ดังนี้ 1) ความก้าวหน้าของครูหลังการเข้ารับการพัฒนา อบรมการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์การอ่านออก เขียนได้ (อ่านออกยกชั้น) โดยใช้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่เป็นฐาน ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ SCORES ผสานเทคนิค Coaching สำหรับครูผู้สอน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 พบว่า ผลการทดสอบความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังการอบรมเชิงปฏิบัติการ คะแนนทดสอบก่อนการอบรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15.03 และมีคะแนนทดสอบหลังการอบรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.00 เมื่อพิจารณาระดับคะแนนความรู้ความเข้าใจหลังการอบรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.87 ซึ่งอยู่ในระดับ มาก และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังการอบรม พบว่า คะแนนหลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) กระบวนการจัดการเรียนรู้ การขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์การอ่านออก เขียนได้ (อ่านออกยกชั้น) โดยใช้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่เป็นฐาน ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ SCORES ผสานเทคนิค Coaching สำหรับครูผู้สอน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 ในสถานศึกษาในภาพรวมมีผลการปฏิบัติอยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย 4.45 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ทุกด้านมีผลการปฏิบัติอยู่ในระดับ มาก ขึ้นไป โดยผลการปฏิบัติในด้านที่ 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ มีผลการปฏิบัติอยู่ในระดับ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.53 3) ความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศ การขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์การอ่านออก เขียนได้ (อ่านออกยกชั้น) โดยใช้อัตลักษณ์เชิงพื้นที่เป็นฐาน ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ SCORES ผสานเทคนิค Coaching สำหรับครูผู้สอน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 พบว่า ครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศตามรูปแบบการนิเทศแบบ SCORES ผสานเทคนิค Coaching อยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย 4.48 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านผลการดำเนินงานตามกระบวนการนิเทศแบบ SCORES ผสานเทคนิค Coaching ครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.56 ส่วนด้านการดำเนินงานตามกระบวนการนิเทศแบบ SCORES ผสานเทคนิค Coaching ครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย 4.41
การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) โดยใช้รูปแบบ BEST Model เพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านงิ้วสูง
นวัตกรรมนี้เป็น นวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติจริงและพัฒนาทักษะ Soft Skills ควบคู่กับ STEM Education และเป็นนวัตกรรมที่โรงเรียนพัฒนาขึ้นใหม่จากการวิเคราะห์บริบทและสภาพปัญหาของโรงเรียนจากการวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิเคราะห์รายบุคคล และ SWOT Analysis พบว่า นักเรียนส่วนหนึ่งยังคุ้นชินกับการเรียนรู้แบบเดิม ครูเป็นศูนย์กลาง นักเรียนยังขาดทักษะในการวางแผน แสวงหาความรู้ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และกำกับการเรียนรู้ของตนเอง นอกจากนี้ พบว่านักเรียนร้อยละ 42.50 มีผลการเรียนเฉลี่ยในวิชาหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด จึงนำไปสู่การกำหนดปัญหาเร่งด่วน คือ การพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน