คลังนวัตกรรมศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่
สืบค้นผลงานและข้อเสนอนวัตกรรมการเรียนรู้ของบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่
การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา โดยใช้นวัตกรรมการบริหารจัดการสร้างสรรค์คนดี รูปแบบ PADEE Model (พาดี โมเดล)
การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา โดยใช้นวัตกรรมการบริหารจัดการสร้างสรรค์คนดี รูปแบบ PADEE Model (พาดี โมเดล) นี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในเชิงวิชาการเท่านั้น แต่เป็นการ “สร้างคนดีเพื่อสังคม” ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการบรรลุเป้าหมาย SDG 4.7 ในระดับสถานศึกษา เพื่อส่งต่อทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเข้าสู่สังคมระดับจังหวัดและระดับสากลต่อไป 1. การสร้างความเป็นพลเมือง (Citizenship Education): นวัตกรรม PADEE Model มุ่งเน้นการบ่ม เพาะลักษณะนิสัยการเป็น “พลเมืองดี” ตามพระบรมราโชบายฯ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นพลเมืองโลก (Global Citizenship) ที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่อสังคม และต่อประเทศชาติ สอดคล้องกับความมุ่งหมายของ SDG 4.7 ที่ต้องการให้ผู้เรียนตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเองต่อโลก 2. การปลูกฝังทัศนคติและค่านิยม (Values & Attitudes): การขับเคลื่อนคุณธรรมอัตลักษณ์ 3 ด้านของ โรงเรียน (ความพอเพียง ความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบ) เป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน (Sustainable Lifestyles) โดยเฉพาะด้าน “ความพอเพียง” ที่สอนให้ผู้เรียนรู้จักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและพอประมาณ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน 3. การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข: การมุ่งเน้นพฤติกรรมเชิงบวก ลดพฤติกรรมก้าวร้าว และสร้าง ระเบียบวินัยในสถานศึกษา เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและการไม่ใช้ความรุนแรง (Promotion of a culture of peace and non-violence) ตามที่ระบุไว้ในเป้าหมายย่อยนี้ 4. การพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21: การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผ่าน กระบวนการ PADEE Model ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะทางสังคม (Social Skills) และการคิดเชิงจริยธรรม ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการขับเคลื่อนสังคมให้เกิดความเท่าเทียมและยั่งยืนในอนาคต
การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ Coding ที่มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง เสริมสร้าง Soft Skills ควบคู่กับ STEM Education ด้วย SKS Model
บทคัดย่อ นวัตกรรม “การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ Coding ที่มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง เสริมสร้าง Soft Skills ควบคู่กับ STEM Education ด้วย SKS Model” โรงเรียนบ้านกาดฮาว พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับระบบบริหารจัดการสถานศึกษาให้สามารถขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ Coding ได้อย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา โดยใช้ SKS Model (Smart Kadhao School System) เป็นกรอบการบริหารจัดการ เชื่อมโยงนโยบาย แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาครู บุคลากร งบประมาณ สื่อและเทคโนโลยี การจัดการเรียนรู้ การนิเทศ กำกับ ติดตาม และเครือข่ายความร่วมมือเข้าด้วยกัน ผู้บริหารทำหน้าที่เป็น ผู้ออกแบบระบบ ผู้นำทางวิชาการ ผู้สนับสนุนทรัพยากร และผู้นำด้านการประกันคุณภาพ โดยใช้ข้อมูลและสารสนเทศเป็นฐานในการวางแผนและตัดสินใจ ส่งเสริมให้ครูพัฒนาความรู้และทักษะด้าน Coding, Computational Thinking, Active Learning และ STEM Education ผ่านการอบรม PLC การ Coaching และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมสนับสนุนให้ครูออกแบบกิจกรรมจากสถานการณ์จริงที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ ทดลอง ลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหา และสร้างชิ้นงาน การดำเนินงานเชื่อมโยงกับวงจร PDCA ได้แก่ Plan – Do – Check – Act ตั้งแต่การวิเคราะห์บริบทและกำหนดเป้าหมาย การพัฒนาครูและสนับสนุนทรัพยากร การนิเทศและติดตาม การประเมินผล ตลอดจนการนำข้อมูลมาสะท้อนผล ปรับปรุง และขยายผล โดยมุ่งเปลี่ยนจาก “การสอน Coding” สู่ “การสร้างระบบการเรียนรู้ที่ใช้ Coding เป็นเครื่องมือ” ในการพัฒนาทักษะการปฏิบัติจริงและ Soft Skills ของผู้เรียน ได้แก่ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คือ ผู้บริหารมีระบบบริหารจัดการที่ใช้ข้อมูลเป็นฐาน ครูมีความสามารถในการออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริง และผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งทักษะการคิดเชิงคำนวณ การแก้ปัญหา และ Soft Skills นำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ความเป็นมาและความสำคัญของนวัตกรรม การจัดการศึกษาในปัจจุบันมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหา ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ Coding จึงมิได้มีความสำคัญเฉพาะในฐานะทักษะด้านเทคโนโลยี แต่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา และการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง โดยสามารถเชื่อมโยงกับ Active Learning, STEM Education และ Soft Skills ได้อย่างเหมาะสม โรงเรียนบ้านกาดฮาวได้วิเคราะห์บริบท จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของสถานศึกษา พบว่า โรงเรียนมีจุดแข็งด้านการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและครู มีแหล่งเรียนรู้และเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ แต่ยังมีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบบริหารจัดการให้สามารถเชื่อมโยง การวางแผน การพัฒนาครู การสนับสนุนทรัพยากร การจัดการเรียนรู้ การนิเทศติดตาม และการประเมินผล ให้เป็นระบบเดียวกัน ผู้บริหารจึงได้ออกแบบนวัตกรรมโดยใช้ SKS Model เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยยึดเทคโนโลยีและข้อมูลเป็นฐาน คำนึงถึงบริบทและอัตลักษณ์ของโรงเรียน และเชื่อมโยงภารกิจด้านวิชาการ บุคลากร งบประมาณ และการบริหารทั่วไปเข้าด้วยกัน พร้อมใช้กระบวนการ PDCA เป็นกลไกในการขับเคลื่อนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญของนวัตกรรม คือ การเปลี่ยนมุมมองจาก “การจัดการเรียนรู้ Coding” ไปสู่ “การบริหารจัดการระบบการเรียนรู้ที่ใช้ Coding เป็นเครื่องมือ” โดยผู้บริหารทำหน้าที่สร้างระบบและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเรียนรู้ สนับสนุนครูให้สามารถออกแบบกิจกรรมจากสถานการณ์จริง และส่งเสริมให้ผู้เรียน “คิดจริง ทำจริง แก้ปัญหาจริง” ควบคู่กับการพัฒนา Soft Skills และการบูรณาการ STEM Education ดังนั้น โรงเรียนบ้านกาดฮาวจึงพัฒนานวัตกรรม “การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ Coding ที่มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง เสริมสร้าง Soft Skills ควบคู่กับ STEM Education ด้วย SKS Model” เพื่อเป็นระบบบริหารจัดการที่ช่วยให้การขับเคลื่อน Coding เกิดความชัดเจน มีส่วนร่วม ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สามารถนิเทศ ติดตาม ประเมินผล ปรับปรุง และขยายผลได้อย่างเป็นระบบ อันนำไปสู่การพัฒนาครู ผู้เรียน และคุณภาพสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรม BPK Bath Bomb จากขมิ้นชัน ภายใต้โครงการรากแก้วแห่งปัญญา
ตามที่โรงเรียนบ้านปางกว้าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ได้จัดให้มีการจัดการ เรียนการสอนบูรณาการโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น ออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning อย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครู แ ล ะ พั ฒ น า ศั ก ย ภ าพ ข อ งผู้ เรี ย น น ำไป สู่ ก าร เป็ น ส่ ว น ห นึ่ งข อ งน โย บ า ย แ ล ะ จุ ด เน้ น เพื่ อ การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาสู่การปฏิบัติปีการศึกษา 2568 ในด้านที่ 1 การส่งเสริมการบริหาร วิชาการในสถานศึกษา จุดเน้นที่ 1 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและส่งเสริมการจัดการ เรียนรู้ในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านปางกว้าง ได้ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์สภาพปัญหา บริบทของสถานศึกษา หลักสูตรสถานศึกษา ร่วมกันวิเคราะห์ตัวชี้วัดระหว่างทาง-ปลายทาง/ผลการเรียนรู้ของแต่ละรายวิชา ที่จะนำมาบูรณาการ และมีการกำหนดสาระการเรียนรู้ในหน่วยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการในแต่ ละระดับชั้นตามความเหมาะสม และความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน มาจัดการเรียนรู้ใน โรงเรียนอย่างมีคุณภาพทุกชั้นเรียน โดยในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คือ เรื่อง“นวัตกรรม BPK Bath Bomb จากขมิ้นชัน ภายใต้โครงการรากแก้วแห่งปัญญา” เพื่อเป็นการแนะนำการดูแลสุขภาพเบื้องต้น และยังเป็นการนำสมุนไพรที่หาได้ง่ายในชุมชน ม า ใ ช้ ใ ห้ เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น์ ร ว ม ถึ ง ส า ม า ร ถ ส ร้ า ง ร า ย ไ ด้ ใ ห้ กั บ นั ก เ รี ย น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน นักเรียนสามารถผลิตในครัวเรือนได้ด้วยตนเองโดยใช้วัสดุ อุ ป ก ร ณ์ ที่ ห า ได้ ง่ า ย ใน ท้ อ ง ถิ่ น เป็ น มิ ต ร ต่ อ สุ ข ภ า พ แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม เป็ น กิ จ ก ร ร ม ที่ส่งเสริมลักษณะนิสัยการทำงานที่ดีให้กับนักเรียน นักเรียนเรียนรู้การทำงานอาชีพและมีจิตอาสาทำงานเพื่อ ส่วนรวมและส่งเสริมให้นักเรียนมีจิตสำนึกสุจริต ส่งผลให้เป็นเยาวชนของประเทศชาติและพลโลก อีกทั้งยัง ส่งเสริมศักยภาพด้านการสร้างอาชีพให้แก่นักเรียนมาบูรณ าการ กับการจัดการเรียนการสอน โดยการใช้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นบูรณ าการกับ “PANGKWANG Model”เพื่อพัฒ นาคุณ ภาพผู้เรียน ให้ครบทุกด้านตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่มีเป้าหมายชัดเจน ทั้งในด้านมาตรฐาน/ตัวชี้วัด สมรรถนะ และคุณลักษณะ และครอบเนื้อหาใหม่ ที่เข้ากับบริบท ของโรงเรียน และอาศัยแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น “เรียนรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน” นอกจากนักเรียนจะได้สัมผัสกับ ภูมิปัญญาจากปราชญ์ชาวบ้านแล้วยังสามารถศึกษา วิธีการต่างๆ แล้วนำไปปฏิบัติได้จริง ตรงตามหลักการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการ Active Learning ได้ง่าย รู้ว่าสิ่งที่เรียนไปเกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน สร้าง สถานการณ์ให้นักเรียน ในการประยุกต์ ใช้องค์ความรู้ทักษะ และเห็นคุณค่าในการ ปฏิบัติงานจนสำเร็จ แล้วเติม เต็มด้วยเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ นำมาบูรณาการเข้าสู่ห้องเรียน เพราะแหล่งเรียนรู้เป็นระบบ นิเวศทางการเรียนรู้ที่ ให้นักเรียน ได้ใช้ความรู้บนฐานของการปฏิบัติจริงจากปราชญ์ท้องถิ่น ที่มีการบ่มเพาะประสบการณ์ได้ครบทุกมิติ
การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษโดยใช้ PASS AS MODEL ผ่านกิจกรรม การเรียนรู้แบบ ร่วมมือ (Cooperative Learning) เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านประโยคอย่างง่าย เรื่อง My favorite fruit is grape ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
โรงเรียนบ้านทับเดื่อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๒ เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก จัดระบบโครงสร้างการส่วนราชการครอบคลุมงาน ๔ ฝ่าย ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงานบุคคล และฝ่ายบริหารทั่วไป เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการบริหารจัดการมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถตามหลักสูตรที่กำหนดและพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรและมาตรฐานการศึกษา มุ่งเน้นจัดการศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่ายภายใต้การทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและปลอดภัย สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนอย่างทั่วถึง ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และผู้นำชุมชน ตลอดจนผู้นำองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ส่งผลให้มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นและลดลงแบบไม่มีทิศทางที่ชัดเจนเท่าที่ควรด้วยเหตุนี้ จึงได้สร้างนวัตกรรม PASS AS MODEL ขึ้นจากความต้องการในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษโดยใช้ PASS AS MODEL ผ่านกิจกรรม การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านประโยคอย่างง่าย เรื่อง My favorite fruit is grape ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โดยอาศัยแนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Learner-Centered Learning) ร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) และการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิด วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ดังนั้น PASS AS Model จึงเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรมบอร์ดเกมจำลองธุรกิจ เพื่อส่งเสริมทักษะผู้ประกอบการและการแปรรูปอัญชัน "Anchan Mini-Enterprise" สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านแม่โจ้
ครูผู้สอนจึงมองเห็นถึงโอกาสที่ดีและเป็นต้นทุนทางวัตถุดิบ (Asset) ที่มีอยู่ในท้องถิ่นหรือชุมชนที่สามารถ สร้างมูลค่าให้กับผู้เรียน โรงเรียนและชุมชนนยังสามารถนำมาบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนรู้เพื่อฝึกทักษะอาชีพการเป็นผู้ประกอบการ แต่จากการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา ปรากฏว่าผู้เรียนยังขาดทักษะในการเรียงลำดับขั้นตอนกระบวนการแปรรูปอย่างถูกต้อง และยังขาดความเข้าใจในกลไกตลาดและการเป็นผู้ประกอบการ นักเรียนมักมองข้ามเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงรวมถึงการคำนวณ "ต้นทุนแฝง" ที่เกิดขึ้นในกระบวนการแปรรูปผลผลิต ทักษะการคิดเชิงระบบ ผู้เรียนขาดความสามารถในการมองเห็นภาพรวมของลำดับขั้นตอน ขาดทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ที่จะเปลี่ยนจากผลผลิตในโรงเรียน ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มได้อย่างยั่งยืนและเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้เรียน โรงเรียนและชุมชนได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสมรรถนะสำคัญในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 จากปัญหาดังกล่าวนี้ ทรัพยากรที่มีอยู่ในโรงเรียนจะไม่ได้รับการพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผู้เรียนจะเสียโอกาสในการพัฒนาทักษะอาชีพไป